คำเตือน: บล็อกนี้ไม่เหมาะสำหรับคนรักทักษิณ

“ยิ่งลักษณ์”อาศัยแรงต้านเอกชน “บิดพลิ้ว” สัญญาค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท

 วิเคราะห์ข่าว — อาร์เอสยูนิวส์ / 22 ก.ค.    นโยบายปรับค่าแรงขั้นต่ำแรงงานทั่วประเทศ 300 บาทต่อวัน และคนจบปริญญาตรีเริ่มต้นทำงานขั้นต่ำที่เงินเดือน 1.5 หมื่นบาท ของว่าที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ถูกต่อต้านอย่างหนักจากภาคเอกชน เพราะเพิ่มต้นทุนการผลิตของเอกชน โดยเฉพาะภาคการผลิตที่พึ่งพาแรงงานจำนวนมาก
     ขณะที่อัตราค่าแรงที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลในรูป “โดมิโน” เพราะเมื่อมีการปรับค่าแรงขั้นต่ำ แรงงานพวก “เชิ้ตขาว” ต้องได้รับปรับขึ้นเงินเดือนตามไปเช่นกัน
     ล่าสุดคณะกรรมการร่วมเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ต้องออกมาประกาศจุดยืนว่า หากรัฐบาลจะปรับค่าแรงขั้นต่ำ รัฐบาลต้องจ่ายเงินชดเชยส่วนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำในกรุงเทพฯอยู่ที่ 215 บาทต่อวัน สูงสุด คือ ภูเก็ต 221 บาทต่อวัน ส่วนอัตราค่าแรงขั้นต่ำต่ำสุดอยู่ที่พะเยาที่มีอัตราค่าแรงที่ 159 บาทต่อวัน หากรัฐบาลต้องใส่เงินเพิ่มนับแสนล้านบาท ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยในทางกฎหมาย
     “ไม่มีกฎหมายอะไรที่จะบังคับให้เอกชนเขาขึ้นค่าแรงขั้นต่ำได้ ขณะที่การปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นอำนาจของคณะกรรมการไตรภาคี (รัฐบาล เอกชน และลูกจ้าง) ไม่ใช่อำนาจรัฐบาล”นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์บอก
     ขณะที่นายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า เอกชนกังวลว่าการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันจะกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ โดยในระยะสั้นธุรกิจเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ 90% จะอยู่ไม่ได้ ส่วนกระทบระยะยาวนั้น ไทยเสียสามารถในการแข่งขันและการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
     “ปกตินักธุรกิจต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในไทยปีละ 4 แสนล้านบาท และนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำดังกล่าวจะทำให้การลงทุนจากต่างประเทศลดลง 25% หรือ 1 แสนล้านบาท”นายดุสิตชี้ ไม่ง่ายนักที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ว่าที่นายกฯ จะแก้โจทย์หินขนาดนี้สำเร็จ แม้ว่าจะได้เพียงแค่คน “ทำ” เพราะคนที่ “คิด” อยู่ต่างประเทศก็ตาม
     แต่หากทำได้จริงการ “อัดฉีด” เม็ดเงินเข้าไปในกระเป๋าแรงงานหลายสิบล้านคนพร้อมกันในครั้งเดียว จะทำให้เศรษฐกิจ “ช็อก” ทันที เพราะอัตราเงินเฟ้อจะถีบตัวสูงขึ้นจนควบคุมไม่ได้ เพราะเงินในระบบที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ปริมาณสินค้ามีเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จะเป็นแรงขับดันให้ราคาสินค้าทุกประเภทขยับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
     ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ การปรับเงินเดือนข้าราชการ 5% วันที่ 1 เม.ย.2554 อัตราเงินเฟ้อทะยานแตะระดับ 4% ในเดือนมิ.ย.2554 อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานแตะระดับ 2.55% ส่งผลให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ต้องตัดสินใจปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 3% เป็น 3.25% เพื่อสกัด “เงินเฟ้อ”
     “นโยบายเพิ่มเงินเดือนข้าราชการและค่าแรงของแรงงานขั้นต่ำเป็นปัจจัยที่ กนง.กำลังติดตามอยู่ เพราะจะมีผลทำให้อัตราเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้น นโยบายดอกเบี้ยจะถูกนำมาใช้เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อไม่ให้เศรษฐกิจไทยกระตุก”กรรมการนโยบายการเงินระบุ  แม้ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยจะเสนอทางออกในการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำใน 2 จังหวัดนำร่อง “กรุงเทพ-ภูเก็ต” แต่เสียงสะท้อนจากฝ่าย “แรงงาน” ก็ไม่ตอบรับแนวคิดนี้ แต่ต้องการให้รัฐบาลทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้ คือ ปรับค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ 300 บาทต่อวัน หากทำไม่ได้ก็จะผิดกฎหมาย “เลือกตั้ง” ทันที พรรคเพื่อไทยก็จะตกที่นั่งลำบากอาจถึงขั้นถูก “ยุบพรรค”
ส่วนเอกชนบางรายเสนอว่าการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำควรทยอยทำแบบ “ค่อยเป็นค่อยไป” เพราะการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำจะสร้าง “กำลังซื้อ” ในประเทศ ตามนโยบายเศรษฐกิจคู่ขนานในสมัย “รัฐบาลทักษิณ” เพราะปัจจุบันที่ไทยพึ่งพาการส่งออกเกิน 70% ขณะที่กำลังบริโภคในประเทศมีไม่ถึง 30% เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลก การส่งออกจะได้รับผลกระทบทันทีและตามมาด้วยอัตราว่างงานในระดับสูง เช่น ครั้งเกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลกหลายปี 2551 ต่อเนื่องปี 2552 มีการแรงงานตกงานสูงถึง 8 แสนคน
     กระนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ มั่นใจว่า การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท พรรคเพื่อไทยสามารถทำได้แน่นอน พร้อมทั้งจะหารือกับภาคเอกชนว่า นโยบายดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างไร และช่วยกันปรับเปลี่ยนกันอย่างไร ส่วนการที่จะทยอยขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทเป็นบางจังหวัดหรือไม่นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่า “ยังไม่ทราบ คงต้องดูในรายละเอียด เพราะมีหลายแนวทาง”
     วันนี้จึง “ฟันธง” ได้ว่า การปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทในครั้งเดียวจะไม่เกิดขึ้นจริง ขณะที่ “ว่าที่นายกฯคนใหม่” จะอาศัย “กระแสต้าน” จากภาคเอกชนในการ “บิดพลิ้ว” สัญญาเมื่อครั้งหาเสียง พร้อมทั้งจะสรรหานโยบาย “ขายฝัน” ชุดใหม่ที่ “โดนใจ” มาปลอบใจเหล่า “ผู้ใช้แรงงาน” อีกรอบ
     คงต้องติดตามนโยบายขายฝันระลอกใหม่แรงงานจะหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆต้อง “โดนใจ” เหล่าผู้ใช้แรงงานแน่นอน
Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด