คำเตือน: บล็อกนี้ไม่เหมาะสำหรับคนรักทักษิณ

ประเทศนี้แสนดี..มีเอาไว้ปล้น! โดย เปลว สีเงิน

5 กันยายน 2554

อยากจะบอกคุณยิ่งลักษณ์ในฐานะผู้นำรัฐบาล นปช.ว่า ใจเย็นๆ มีเวลาตั้ง ๔ ปี ไม่ใช่ ๖ เดือน ฉะนั้น ไม่ต้องรีบร้อน จงใช้เวลา ๔ ปีนี้ด้วยกิริยาการรับประทานดินเนอร์สุดหรูเถอะ คือต้องรู้จักมีมรรยาทนับแต่การนั่งโต๊ะ การหยิบช้อน หยิบแก้ว และรู้ว่าดินเนอร์นี้ต้องค่อยๆ ทาน และทานไปตามลำดับในแต่ละจานที่เขาเสิร์ฟ อย่าเลียช้อน เลียปาก อย่าซู้ดซ้าด อย่ามูมมาม และต้องเข้าใจ นี่…ดินเนอร์นะครับ ไม่ใช่ “แดกด่วน” ฉะนั้น อย่ารีบขม้ำ!

ไปบอกรัฐมนตรีคลัง “นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล” เขาด้วยว่าจะกระเหี้ยนกระหือรือและบีบคั้นแบงก์ชาติให้เอา “เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ” ไปตั้งกองทุนมั่งคั่งเพื่ออะไรและเพื่อใครกัน?

ถ้าแนวทางที่จะทำนั้นมันดีจริง ปลอดภัยจริงได้ผลตอบแทนเป็นกอบ-เป็นกำจริงและไม่มีความเสี่ยงอะไรในภาวะเศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนขณะนี้จริงละก็…. เงินทักษิณนั่นไง!?

เพิ่งติดอันดับมหาเศรษฐีไทยอันดับ ๑๖ หมาดๆ มีเท่าที่สำแดงตั้ง ๔๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ไปเอามาเลย ไปเอามาตั้ง “กองทุนทักษิณมั่งคั่ง” ให้เขา
ไม่ต้องมาแสดงบท “ความหวังดีของจิ้งจอก” ด้วยการเอาเงินทุนสำรองของประเทศไปออกดอก-ออกผลให้หรอก!

แต่…เดี๋ยว ก่อนจะคุยกันเรื่องนี้แวะดูเรื่อง “คุณถวิล เปลี่ยนศรี” เลขาฯ สมช.หน่อยดีกว่า คือท่านบอกว่า ถ้าถูกย้ายจะร้องศาลปกครอง นายกฯ
คนสวยก็บอกว่าจะเรียกคุณถวิลมาคุย แล้วเมื่อวาน(๔ ก.ย.๕๔) นักข่าวปะหน้าก็ถาม…คุยกันหรือยัง ได้ความว่าไง ยิ่งลักษณ์ตอบว่าไง
รู้มั้ย….
“มอบหมายให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะดูแลสมช.ไปศึกษาต่อ เพราะถ้าทำเองก็ยังมีภารกิจที่ต้องดูแลเยอะ”

ไปไหนมา สามวา-สองศอกไปโน่น!

นักข่าวถามอีก “นายถวิลมีความผิดอะไรถึงได้ปรับย้าย?” ทีมงานคงยังไม่ได้ป้อนโปรแกรมใส่สมอง นายกฯ เลยเอาลิ้นมัดคอตัวเองตายอนาถ
ด้วยคำตอบว่า  “ไม่ได้มีความผิด แต่งานทั้งหมดเป็นงานที่ต้องการผู้ช่วยเหลือ”!

เวรละซี…ท่านรองฯ เฉลิมไปซะทางไหนเนี่ย หมากเดินมาแต้มกำลังสวย ปล่อยให้นายกฯ ขยับเองตาเดียว เปิดช่องถูกรุกฆาต แบบนี้ “ขุน”
จนกลางศาลปกครองได้ง่ายๆ นะเนี่ย!?

นักข่าวจึงผ่อนเชือกถามเชิงเปรย “แต่ตำแหน่งเลขาฯ สมช.ไม่ใช่ตำแหน่งที่โยกย้ายได้ง่ายๆ นะท่านนายกฯ” ยิ่งลักษณ์เริ่มซีด!

ถ้าเป็นผมคงกัดกรามในใจ….Vim ขจัดคราบไปไหนหมดว้าเอามาราดหัวพวกนักข่าวลูกอีช่างซัก-ช่างถามซะให้โกร๋นไปเลย พวกไหน-ชื่อไรกันมั่ง..นี่ เดี๊ยะเหอะ…เดี๋ยวก็หรีดแดงไปถึงที่หรอก…!

แต่นี่เป็นนายกฯ ผู้มีวุฒิภาวะสูง ท่านจึงนิ่ง…เมื่อไม่มีคำตอบนักข่าวผู้มีอุตสาหะ-วิริยะในการถาม จึงถามต่อ

“ท่านนายกฯ พร้อมจะต่อสู้คดีหรือไม่ในชั้นศาลปกครอง?”

นายกฯ คู่ไทย เบะ…แล้วจรจู๊ด ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปเลย!

เอ้า….นั่นก็จบไปคู่หนึ่งละ มาดู “นักรบเฟซบุ๊ก” เขาดวลกันบ้าง ก็รัฐมนตรีคลัง VS อดีตรัฐมนตรีคลัง นั่นไง เมื่อ ๓๑
ส.ค.นายธีระชัยให้การบ้าน ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติไว้ ๔ ข้อ แล้วบอกว่า  “เดือนหน้าให้เอามารายงานผม”!

๑ ใน ๔ ข้อก็คือ ให้ศึกษาการตั้ง “กองทุนความมั่นคง” โดยให้นำเงินกองทุนสำรองระหว่างประเทศส่วนหนึ่งออกมาจัดตั้งขนาดกองทุนเป็นยังไง จะลงทุนแบบไหน สัดส่วนเท่าไหร่จะเป็นการบริหารร่วมกันระหว่างรัฐบาลกับแบงก์ชาติ ภายใต้หลักการว่ามีกำไรจะเอาไปทำอะไร แต่ถ้าขาดทุน ใครจะต้องรับผิดชอบหรืออย่างไร อะไรเหล่านี้ คือโจทย์ที่นายธีระชัย “ขีดเส้นตาย” ให้ดร.ประสารทำการบ้านส่งเดือนนี้แหละ!

ให้การบ้าน ๓๑ ส.ค. วันที่ ๒ ก.ย. นายธีระชัยก็เอาไม่เรียวหวดโต๊ะส่งสัญญาณถึงแบงก์ชาติ อย่าไถลตั้งใจทำให้เสร็จเร็วๆ นะ ครั้งหนึ่งแล้ว

ตกกลางคืนวันที่ ๓ ก.ย.เอาอีก โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก Thirachai Phuvanatnaranubala เป็นคำถาม-คำตอบ ด้วยหัวข้อว่า “ตอบคำถามบางเรื่องเกี่ยวกับกองทุนมั่งคั่งแห่งชาติ”

1.การนำเงินทุนสำรองไปลงทุนแบบกองทุนมั่งคั่งของชาติจะมีความเสี่ยงหรือไม่

ต้องยอมรับว่าการลงทุนทุกรูปแบบมีความเสี่ยงทั้งนั้น เช่นสมมุติให้กู้แก่โครงการรถไฟความเร็วสูงในเอเชียลักษณะความเสี่ยงก็อาจเกิดจากจำนวนผู้โดยสารมีน้อยกว่าที่คาดไว้แต่ก็น่าจะเป็นความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เนื่องจากเอเชียเป็นประเทศกำลังพัฒนาการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจะอยู่ในระดับที่สูง ดังนั้นโครงการใดที่สนองความจำเป็นพื้นฐาน ถึงแม้หากจะบังเอิญมีปัญหาระยะสั้นแต่ในระยะยาวก็จะมีโอกาสฟื้นได้แน่นอน

แต่อย่าเข้าใจผิดว่าการที่ธปท.นำเงินทุนสำรองไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและยุโรปดังที่ปฏิบัติอยู่ขณะนี้ไม่มีความเสี่ยงนะครับ เพราะที่แท้จริงมีความเสี่ยงทั้งในด้านราคาที่ขึ้นๆ ลงๆ และในด้านค่าเงินต่างประเทศที่อ่อนตัว เพราะมีการพิมพ์เงินออกมามากเกินไป ทั้งนี้ ท่านทราบหรือไม่ว่าปี 2553 ธปท.มีผลขาดทุนจากดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนสูงถึง 117,473 ล้านบาท และยังมีขาดทุนจากการตีราคาหลักทรัพย์อีก 260,211 ล้านบาท จำนวนเงินที่สูงมหาศาลเช่นนี้คือปัญหาที่ควรจะต้องแก้ไขครับ

2.การนำเงินทุนสำรองไปลงทุนแบบกองทุนมั่งคั่งของชาติเป็นการแทรกแซง ธปท.หรือไม่

ไม่เป็นการแทรกแซง ธปท.ครับ แต่เป็นการช่วยกันคิดเพื่อแก้ปัญหา เพราะ ณ สิ้นปี 2553 ธปท.มีส่วนของทุนติดลบเป็นจำนวนเงินมหาศาล สูงถึงติดลบ 431,829 ล้านบาท ถ้าเป็นธุรกิจเอกชนก็จะต้องปิดกิจการไปแล้ว นี่ไม่ใช่สี่แสนบาทนะครับ แต่เป็นสี่แสนล้านบาท ถึงแม้ ธปท.ไม่ได้ขอให้รัฐบาลช่วยตั้งงบประมาณมาช่วยแก้ไขขาดทุนของ ธปท. แต่ทรัพย์สินของ ธปท.ก็เป็นทรัพย์สินของชาติ ซึ่งควรมีการบริหารจัดการให้ดีที่สุด

นอกจากนี้ การที่ ธปท.ขาดทุนจำนวนมหาศาลเช่นนี้ ก็ทำให้ ธปท.ไม่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระหนี้กองทุนฟื้นฟูซึ่งมีอยู่กว่าหนึ่งล้านล้านบาทได้
ทำให้รัฐบาลมีภาระต้องจ่ายดอกเบี้ยเพื่อกองทุนฟื้นฟูแต่ละปี 50,000-60,000 ล้านบาท และขณะนี้ ธปท.ก็ได้ขึ้นดอกเบี้ยไปอยู่ในระดับสูง
ทำให้ภาระดอกเบี้ยที่รัฐบาลต้องจ่ายให้แก่กองทุนฟื้นฟูต้องสูงขึ้นไปด้วยทุกวันจึงเป็นภาระต่อนโยบายทางการคลังอย่างมากครับ

3.จำนวนที่จะกันไปเป็นกองทุนมั่งคั่งของชาติควรจะมาจากบัญชีใดใน ธปท.

ผมได้ให้ ธปท.ไปศึกษาโดยในหลักการจะไม่แตะต้องทองคำและเงินบริจาคของหลวงตาและจะไม่แตะต้องจำนวนที่ต้องใช้หนุนหลังการออกธนบัตร

4.ธปท.จำเป็นต้องกันทุนสำรองสภาพคล่องเอาไว้เท่ากับเงินที่ต่างชาติได้นำมาซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์และพันธบัตรหรือไม่เพื่อรองรับในกรณีที่ต่างชาติอาจจะขายและนำเงินกลับออกไป

ไม่จำเป็นครับ ต่างชาติที่หากจะรุมกันขายหุ้นก็จะทำให้ราคาหุ้นลดลงอย่างรวดเร็วซึ่งเมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะทำให้ต่างชาติชะลอการขายกันเอง
ส่วนคนไทยก็ไม่ต้องไปตื่นเต้นกับเขาและคอยรอรับซื้อเมื่อราคาลงต่ำก็พอ
นอกจากนี้ หากต่างชาติรุมกันนำเงินกลับออกไปเงินบาทก็จะอ่อนตัวลงอย่างรวดเร็ว ธปท.ก็ไม่ควรจะไปฝืนสภาพตลาดธปท.ควรจะปล่อยให้ค่าเงินปรับลดลงตามธรรมชาติไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินทุนสำรองเข้าไปรองรับเอาไว้ดังเช่นในปี 2540

ครับ..นี่คือรายการ “ตบแล้วจูบ” สำนวนนายธีระชัย เรื่องบัญชีนั้นจะหยิบเฉพาะตัวเลขโดดๆ มาพูดเพื่อสนับสนุนด้านตนมันได้ทั้งนั้น แต่มันไม่ใช่ทั้งนั้น เพราะตัวเลขทุกตัวมันมีที่มา-ที่ไป ฉะนั้น ดูเฉยๆ ไม่ได้ ต้องฟังคำอธิบายประกอบด้วยก็ต้องรอฟังแบงก์ชาติเขาจะว่าไง

แต่ตอนนี้ฟังอดีตรัฐมนตรีคลัง “นายกรณ์ จาติกวณิช” ว่าก่อนดีกว่า เขาเขียนลงเฟซบุ๊กเมื่อวาน เป็น “บทความ” แสดงความคิดเห็นถึงแนวทางจัดทำงบประมาณ ๒๕๕๕ ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์จ๋า

ว่า…

รัฐบาลกำลังเตรียมที่จะออก “งบประมาณขาดดุล” ครั้งใหญ่ พูดง่ายๆ คือกำลังเตรียม “กู้” เงินมหาศาล ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า “เงินในอากาศ”
ที่พูดถึงหรือการกล่าวหารัฐบาลอภิสิทธิ์ว่า “เก่งแต่กู้” นั้นสุดท้ายก็คือเพียงแค่วลีทำลายล้าง หาได้มีหลักการรองรับแต่อย่างใด พอเริ่มรู้ว่าจะต้องกลืนคำพูดตัวเอง รัฐบาลก็จะเริ่มพล่านและพาลการช่วยชดเชยน้ำท่วมให้ชาวบ้านพอช้าก็หาว่างบหมดทั้งๆ ที่มีเหลืออยู่กว่าสามพันล้านบาทและวิธีการจะช่วยเพิ่มเติมก็มีอยู่แล้ว

ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ที่รองนายกๆ เศรษฐกิจ คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ออกมาพูดทำนองว่ารัฐบาลต้องกู้เพิ่ม
เพราะต้องชดเชยการใช้เงินคงคลัง โดยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี

“ผมต้องขอบอกคุณกิตติรัตน์นะครับว่า การชดเชยเงินคงคลังเป็นสิ่งที่ทุกรัฐบาลต้องทำตามรัฐธรรมนูญ” ที่สำคัญคือ แต่ละรัฐบาลเหลือเงินไว้ให้รัฐบาลใหม่เท่าไหร่ พวกผมเหลือเงินคงคลังไว้ให้ท่านถึง 301,044 ล้านบาทครับ ส่วนตอนผมมาเป็นรัฐบาลเหลือเงินไว้ให้ผมเพียง 52,878 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ช่วงนั้นเพิ่งเริ่มปีงบประมาณ

ที่คุณกิตติรัตน์ไม่ได้พูดคือ รัฐบาลกำหนดกรอบงบรายจ่าย 2555  เพิ่มจากที่เราทำไว้อีกหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นล้านบาท มากกว่าที่ต้องชดเชยเงินคงคลังกว่าเท่าตัว และที่คุณกิตติรัตน์ไม่ได้พูดถึงอีกก็คือ รัฐบาลจะต้องเก็บภาษีจากพี่น้องประชาชนอีกเท่าไหร่ เพราะนอกจากจะเพิ่มรายจ่ายของรัฐบาลแล้ว รัฐบาลก็ยังได้ลดภาษีให้กับนายทุนลงอีกปีละกว่าแสนล้านบาท และที่จะพยายามเอาเงินจากเงินสำรองที่แบงก์ชาต ิดูแลอยู่
ก็ขอให้คิดให้ดีครับ ถ้าเงินเหลือจริงจะตั้งกองทุนก็ตั้งได้
แต่ลำพังเงินงบประมาณชาวบ้านเขาก็ไม่มั่นใจอยู่แล้วว่า (ทุกๆ) รัฐบาลโปร่งใสจริง เพราะฉะนั้น กับเงินสำรองนี้ขออย่าให้รัฐบาลเข้าไปยุ่งเลยครับ
ตอนนี้ดูเหมือนรัฐบาลยังสับสนเรื่องการบริหารเงินงบประมาณ

“ผมคิดว่าประชาชนที่เดือดร้อนบ้านและที่นาที่จมน้ำอยู่รวมไปถึงราคาสินค้าที่แพงขึ้นอยู่ทุกวันน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า ถ้าคุณธีระชัยทำหน้าที่ช่วยเหลือชาวบ้านแทนการตั้งกระทู้กล่าวหาแบงก์ชาติครับ”

เรื่อ ง “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ตอนศึกนันทบุเรง ผมก็ไปดูมาแล้วเรื่อง “คนโขน” กำลังตั้งท่าจะไปดู แต่วันนี้ได้ดูเรื่อง “ศึกปล้น(แบงก์)ชาติ” หนุกจั้งเล้ย

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด