คำเตือน: บล็อกนี้ไม่เหมาะสำหรับคนรักทักษิณ

ปลายทางของนิติราษฎร์คืออะไร : ขยายปมร้อน โดย ศรุติ ศรุตา

ปลายทางของนิติราษฎร์คืออะไร

         ข้อเรียกร้อง 4 ข้อของ กลุ่มนักวิชาการที่เรียกตัวเองว่า “นิติราษฎร์” กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง และนำไปถกเถียงกันว่า นั่นใช่ทางออกของประเทศหรือทางออกของใคร

 

ถึงแม้ว่า กลุ่มนิติราษฎร์ จะเป็นการทำงานที่แสดงให้เห็นถึงแนวความคิด แต่ก็มีคำถามว่า เป็นแนวความคิดที่น่าจะสอดรับกับความคิดของใคร

ใน ขณะที่ยังไม่ชัดเจนว่า “ใคร” แต่ค่อนข้างชัดว่า ผู้ที่ยินดีปรีดากับแนวความคิดนี้ น่าจะเป็นคนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีเพียงแค่เรื่องแก้กฎหมายอาญามาตรา 112 เท่านั้นที่ยังไม่ชัด

ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เคยพูด เคยให้สัมภาษณ์ตั้งแต่ก่อนการชุมนุมเมื่อปี 2552 กระทั่งปี 2553 หลายหนว่า ทุกอย่างจะต้องกลับไปที่จุดเดิม ก่อนที่จะมีการยึดอำนาจของคณะนายทหารที่เรียกชื่อตนเองว่า คมช.

ขณะ เดียวกัน กลุ่มคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยเองก็ต้องการกลับไปใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 หรืออย่างน้อยก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 โดยมีรัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นหลัก

นับจากนี้ไปก็ไม่ต้องไปตั้งข้อสังเกต หรือข้อสงสัยใดๆ ว่า ข้อเสนอของ นิติราษฎร์ จะถูกนำไปขยายผล ขับเคลื่อนทั้งในระดับมวลชน นักการเมือง และนักวิชาการ ที่คล้อยตามแนวคิดนี้อยู่แล้ว

โดย ทั้งหมดนั้นอาจมีบางคนรู้ดีว่า หากออกมาในรูปแบบนี้ ผู้ที่ได้ผลประโยชน์มากที่สุดก็จะเป็น พ.ต.ท.ทักษิณ หรือบางคนอาจไม่ได้คิดเรื่องนี้ แต่ทั้งหมดก็จะเดินหน้าผลักดันแนวคิดนี้ เพราะเชื่อว่า นี่คือทางออกของประเทศ ภายใต้ความเชื่อมั่นที่ว่า การยึดอำนาจของทหารนั้นคือการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญที่ฝังอยู่ในจิตใจของ ผู้คนอยู่แล้ว

ผลพวงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะได้รับแบบเต็มๆ ก็คือ เมื่อให้กลับไปที่ก่อนการปฏิวัติยึดอำนาจ ก็เท่ากับว่า คำสั่งที่ออกมานั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็นโมฆะ แม้กระทั่งรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่บังคับใช้ในปัจจุบันนี้ ก็ต้องไปยกร่างกันใหม่

แต่ จะหมายความว่า นี่เท่ากับเป็นการฉีกรัฐธรรมนูญหรือไม่ และจะโดนข้อหาเดียวกันกับ คมช.หรือไม่ อันนี้คงจะต้องไปตีความหรือหาช่องทางที่เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด

ซึ่งก็แล้วแต่ว่า ใครจะตีความ

แต่ ทุกคดีที่ติดตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่ง หรืออาญา ก็ล้วนแต่จะต้องหลุดพ้น ซึ่งน่าจะรวมทั้งคดีที่ดินรัชดาฯ ที่ถูกพิพากษาให้จำคุก 2 ปี อันเป็นเหตุให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องระหกระเหินอยู่ในต่างประเทศนั้นด้วย

ถึงแม้ว่าคดีนี้ คตส.จะอ้างถึง กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ปี 2542 ซึ่งออกตามรัฐธรรมนูญปี 2540 แต่ก็คงจะมีคนตีความว่า ถูกลบล้างไปเพราะ คตส.ถูก คมช.แต่งตั้งมา และให้ใช้อำนาจ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการกับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยมีธง มีอคติ เพราะคณะกรรมการ คตส. เป็นปฏิปักษ์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ

เมื่อ มาถึงตรงนี้ ก็คงจะออกมาในแบบที่ว่า คตส.มาโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ก็เท่ากับว่า ไม่มีผู้ฟ้องร้องคดีความเอาผิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ถึงแม้ว่า จะให้อัยการเป็นผู้ฟ้อง แต่เมื่อผู้ร้องไม่มีตัวตนก็เท่ากับว่า คดีตกไป

ก็คงจะออกมาในรูปนี้

ถ้าเป็นอย่างนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ก็คงจะกินสองต่อเข้าฮอส เพราะจะได้ประโยชน์ในเรื่องการเมืองไปอีกต่างหาก

ไม่ต้องไปรอพระราชทานอภัยโทษ

ไม่ต้องรอให้การตรวจสอบรายชื่อของคนเสื้อแดงที่ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกากว่า 3 ล้านคนเสร็จสิ้นสมบูรณ์

แล้วก็ไม่ต้องไปทำทีว่าจะเข้าไปรับโทษจำคุก ตามระเบียบการของการพระราชทานอภัยโทษของกรมราชทัณฑ์ให้ทุกข์ยาก

เท่ากับ พ.ต.ท.ทักษิณ พ้นมลทินทุกอย่าง

แม้ กระทั่งบทบัญญัติที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ระบุว่า ผู้ที่ต้องโทษจำคุกเมื่อพ้นโทษมาแล้วไม่ถึง 5 ปีห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็ไม่เข้าข่ายไปด้วย

ก็เท่ากับว่า พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถกลับเข้ามารับตำแหน่งทางการเมืองได้ทุกตำแหน่ง

หากอยากจะเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ยากเพียงแค่ว่า ไปสมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส. ก็มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นนายกฯ ได้แล้ว

น้องสาวที่กำลังเหน็ดเหนื่อยกับสารพัดงาน สารพันปัญหาก็จะได้เวลาพักผ่อน

ส่วนมวลชนที่สนับสนุนก็ร่วมกันรำลึกวันเวลาที่เคยต่อสู้ด้วยกันไปตามวาระ แต่คงจะไม่แรงมากเหมือนก่อน

ใน วันนี้ “นิติราษฎร์” อาจบอกกับสังคมว่า ไม่ได้ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่คำถามคือ แล้วเหตุใดถึงเลือกเอาเฉพาะ 19 กันยายน 2549 ทำไมไม่ย้อนกลับไปที่ เมื่อครั้ง รสช.ยึดอำนาจ รัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ด้วยเล่า

แม้จะผ่านไปหลายปี แต่ “พฤษภาทมิฬ” ก็ยังทมิฬทุกครั้งเมื่อนึกถึง

น่า ดีใจกับคณะอาจารย์เหล่านี้ที่ข้อเรียกร้องได้รับการขานรับจากฝ่ายการเมือง แต่คงไม่มีใครกล้ารับประกันว่า หากทำไปดั่งที่ว่าจะนำไปสู่จุดจบที่ความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติหรือไม่

แต่ ยืนยันได้ว่า มีคนเชื่อมั่นว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งครั้งใหม่ ที่ความแตกแยกจะแรงและลึกมากกว่าที่เคยหรือไม่ แม้อนาคตยังมาไม่ถึงแต่ก็คงไม่ไกลนับจากนี้

เพราะต่างก็รู้กันดีอยู่ไม่ใช่หรือว่าปลายทางคืออะไร เพื่ออะไร ?

————

ขอบคุณ คม-ชัด-ลึก

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด