คำเตือน: บล็อกนี้ไม่เหมาะสำหรับคนรักทักษิณ

คนอื่น “ดีแต่กู้” แต่พรรคนี่ “หน้าด้านกู้”

กองทุนน้ำมันติดลบเล็งกู้หมื่นล.โปะ

พลังงานไฟเขียวกู้เงินหมื่นล้านโปะกองทุนน้ำมันฯ ที่ติดลบอยู่กว่าพันล้าน ชง กพช.ให้นายกรัฐมนตรีอนุมัติ “พิชัย” เล็งหันมาเก็บเงินเบนซิน 91-95 และดีเซล อ้างราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มลดลง ลดการฟุ่มเฟือยของประชาชน พร้อมยกเลิกขายเบนซิน 91 ภายในปีหน้า

             นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุม กบง.มีมติให้กู้เงินจากสถาบันการเงินในประเทศเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงวงเงิน 1 หมื่นล้านบาทภายในปีนี้ เพื่อชดเชยเม็ดเงินที่หายไปจากการลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ของเบนซิน 91 และ 95 ซึ่งขณะนี้สถานะกองทุนน้ำมันฯ ติดลบอยู่กว่า 1,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จากการที่ราคาน้ำมันตลาดโลกมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะขาลงอันเนื่องจากเศรษฐกิจยุโรป และสหรัฐชะลอตัว กบง.ก็เตรียมพิจารณาที่จะเก็บเงินจากเบนซิน 91เบนซิน 95 และดีเซลเข้ากองทุนน้ำมันฯ อีกครั้ง เพื่อไม่ให้ประชาชนใช้น้ำมันอย่างฟุ่มเฟือย ส่วนจะเริ่มเก็บเมื่อใดต้องขอหารือกับนายกรัฐมนตรีก่อน

               “การกู้เงินครั้งนี้เป็นการกู้เงินในระยะสั้นๆ เนื่องจากราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มขาลง ซึ่งเดิม กพช. ได้อนุมัติกรอบวงเงินไว้ 2 หมื่นล้านบาท แต่จะกู้เพียง 1 หมื่นล้านบาท เพราะคิดว่าเงินกู้ก้อนนี้จะนำมาเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมันฯ ในระยะสั้นเท่านั้น โดยจะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. พิจารณาในการประชุมวันที่ 30 กันยายนนี้ เพื่อดำเนินการต่อไป” นายพิชัยกล่าว ….               รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุม กบง.ยังได้พิจารณาเรื่องการยกเลิกจำหน่ายน้ำมันเบนซิน 91 ซึ่งได้พิจารณากรอบระยะเวลาการยกเลิก คาดว่าจะเป็นภายในปีหน้า และการรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น โดยจะเสนอให้ที่ประชุม กพช.พิจารณาวันที่ 30 กันยายนนี้เช่นกัน เพื่อให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตัดสินใจในขั้นสุดท้ายจากนโยบายดังกล่าว เป็นการตอกย้ำว่ารัฐบาลจะให้การส่งเสริมเอทานอลอย่างแน่นอน รวมทั้งยังมีแนวคิดที่จะให้มีการขายเอทานอลในตลาดล่วงหน้า เพราะเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีปริมาณการซื้อขายสูง ซึ่งอาจจะทำให้ราคาลดลงประมาณ 50-70 สตางค์ต่อลิตร

ส่วนการส่งเสริมปลูกปาล์มน้ำมันนั้น นายพิชัยชี้แจงว่า มติที่ประชุมให้ชะลอการส่งเสริมออกไปอย่างไม่มีกำหนด และอาจจะยกเลิกไปเลย จากเดิมที่กระทรวงได้ให้การสนับสนุนไปแล้ว 500 ล้านบาท เนื่องจากกองทุนน้ำมันฯ อยู่ในสถานะติดลบ และเป้าหมายของกองทุนน้ำมันฯ ก็เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน ไม่ใช่นำไปใช้ในเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง รวมทั้งยังต้องกลับไปพิจารณาถึงผลกระทบจากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เนื่องจากมาเลเซีย และอินโดนีเซียมีประสิทธิภาพการผลิตสูงกว่า ดังนั้น จึงควรนำเงินไปปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตอาจจะเป็นแนวทางที่ดีกว่า

สำหรับความชัดเจนในการขยายเวลาการใช้ไบโอดีเซลบี 4 ที่จะสิ้นสุดในเดือนนี้นั้น ที่ประชุมเห็นว่าควรจะต่ออายุการใช้ บี 4 ออกไปอีก 1 เดือน เนื่องจากผลผลิตปาล์มน้ำมันในตลาดยังมีมาก ไม่กระทบต่อราคาน้ำมันปาล์มบริโภค อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานจะจับตาปริมาณน้ำมันปาล์มอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้บริโภค

“การตรึงราคาก๊าซแอลพีจี และเอ็นจีวี ที่จะสิ้นสุดในเดือนกันยายนนี้ จะเสนอที่ประชุม กพช. พิจารณาว่าจะตรึงราคาต่อไปหรือไม่ ส่วนการชดเชยราคาน้ำมันมาตรฐานยูโร 4 ตามมติเดิมในปี 2549 ที่กำหนดให้เพิ่มมาตรฐานน้ำมันภายในประเทศเป็นยูโร 4 ทั้งประเทศภายในวันที่ 1 มกราคม 2555 โดยกระทรวงจะให้การชดเชยลิตรละ 24 สตางค์เป็นเวลา 3 เดือน มีมูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท” นายพิชัยระบุ

—————–

ขอบคุณข่าวจาก – คม-ชัด-ลึก

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด