คำเตือน: บล็อกนี้ไม่เหมาะสำหรับคนรักทักษิณ

“ไพศาล” ชี้น้ำท่วมและวิกฤตเศรษฐกิจเป็นอาเพศสวรรค์เบรคนักการเมืองไม่ให้ทำชั่ว

นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้กล่าวในรายการหักศอกนอกทำเนียบ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์เสียงประชาชน
ช่อง 13 สยามไท เมื่อวานนี้ ชี้ว่าการเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจและวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ผิดปกติ อาจเป็นอาเพศที่สวรรค์เบรคนักการเมืองไม่ให้ก่อกรรมทำเข็ญกับบ้านเมือง แนะเอาอย่างนายห้างแฮร์รอดจะปลอดภัย

นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าขณะนี้ได้เกิดวิกฤตใหญ่ 2 ด้านพร้อม ๆ กัน คือวิกฤตทางเศรษฐกิจของโลกที่กระทบเข้ามายังประเทศไทย
ทำให้สินทรัพย์และตราสารหนี้ต่าง ๆ ลดถอยด้อยค่า และกระทบเศรษฐกิจโดยรวมครั้งยิ่งใหญ่ อาจต่อเนื่องไปถึงปีหน้า ในขณะเดียวกันก็มีวิกฤตภัยธรรมชาติ เป็นภัยน้ำท่วมใหญ่ในรอบ 70 ปี ซึ่งอาจมีความรุนแรงเท่ากับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2475  อาณาประชาราษฎรได้รับความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าและแม้หลังน้ำลดแล้วก็ยังต้องเยียวยากู้บ้านกู้เมืองกันครั้งใหญ่ทำให้เรื่องหลายเรื่องที่นักการเมืองต้องการทำเพื่อประโยชน์ทางการเมืองแต่จะเกิดควาเสียหายใหญ่หลวงต่อประเทศชาติต้องหยุดชะงักไป

นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าหากไม่เกิด 2 วิกฤตประดังมาพร้อมกันเรื่องราวดังต่อไปนี้ก็จะเกิดขึ้นและจะเกิดความเสียหายร้ายแรงต่อบ้านเมืองและประชาชนคือ

เรื่องที่หนึ่ง …
คงดึงดันเอาเงินกองทุนสำรองของประเทศไปใส่กองทุนมั่งคั่งเพื่อเอาไปเล่นหุ้นเก็งกำไรตราสารหนี้กันในต่างประเทศ ซึ่งถ้าทำไปก็คงเจ๊งไปแล้วถึง 30-40% แต่เพราะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ หุ้นและตราสารหนี้ตกทั่วโลก เห็นจะทำไปไม่ตลอดแล้ว เพราะคนคิดทำก็คงหวาดผวาว่าทำร้ายบ้านเมืองเป็นอนันตริยกรรมอย่างหนักเพราะจะทำให้เงินบาทไทยกลายเป็นเงินกงเต๊กไปหมด

เรื่องที่สอง
โครงการรับจำนำข้าวในช่วงที่ข้าวอยู่ในมือผู้ส่งออกและโรงสี โดยข้าวในปีผลิตใหม่ยังไม่ทันออก ซึ่งอาจต้องสูญเสียเงินหลายแสนล้านบาท แต่เพราะวิกฤตน้ำท่วมไร่นาเสียหายหมด ไม่มีข้าวจากภาคกลางในมือเกษตรกรออกมา โครงการรับจำนำข้าวจึงเดินไปไม่ได้ เพราะการเอาข้าวเขมรมาสวมสิทธิ์แทนข้าวไทยก็ถูกจับได้จะเอาข้าวจากโรงสีหรือผู้ส่งออกมาจำนำก็เหมือนแก้ผ้ากลางตลาด เพราะจะถูกจับได้เนื่องจากไม่มีข้าวจากชาวนาที่แท้จริง โครงการนี้ดีแต่เมื่อดึงดันทำผิดฤดูกาลคนก็สงสัยว่าเป็นเรื่องที่นักการเมืองต้องการหากินกับเงินจำนำข้าว

เรื่องที ่สาม

โครงการส่งเสริมให้คนไทยเป็นหนี้ 1 ล้านล้านบาท โดยให้ไปกู้เงินปลอดดอกเบี้ยไปซื้อรถคันแรก ก็ถูกน้ำท่วมโรงงาน ชาวบ้านก็ไม่กล้าก่อหนี้สิน โครงการนี้คงจะชะงักไป เป็นการช่วยคนไทยและประเทศไทยโดยส่วนรวมแต่อาจกระทบการก่อหนี้สาธารณะของรัฐบาลถึง 460,000 ล้านบาท
เพราะถ้าคนไทยไม่ยอมก่อหนี้ GDP ก็ไม่เพิ่ม 1 ล้านล้านบาทก็จะกู้เงินตามเพดานหนี้ไม่ได้

เรื่องที่สี่
โครงการส่งเสริมให้คนไทยเป็นหนี้ไปกู้เงินซื้อบ้านหลังแรกไม่เกิน 5 ล้านบาท ก็ปรากฏว่าน้ำท่วมบรรดาโครงการบ้านจัดสรรที่ไปก่อสร้างขวางทางน้ำโดยเฉพาะท่วมเอาโครงการจัดสรรของนักการเมืองป่นปี้ไปหมด ผู้คนก็เห็นชัดว่าขืนไปซื้อที่ในหนอง วันหนึ่งก็จะเดือดร้อนคนไทยจึงรอดพ้นจากการเป็นหนี้ และทำให้ประเทศไม่ต้องเป็นหนี้เพิ่มอีกด้วย

เรื่องที่ห้า เพราะน้ำท่วมมาก
จึงต้องป้องกันสนามบินสุวรรณภูมิกันอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูและจำเป็นจะต้องเตรียมสนามบินดอนเมืองไว้สำรองอาจทำให้การเลิกใช้สนามบินดอนเมืองที่ถึงขั้นทุบรันเวย์ทิ้งและรื้อถอนสิ่งต่าง ๆ ออกต้องชะงักไป มิฉะนั้นคงยากจะแก้ไขกลับคืนอีกแล้ว ผู้คนยังหวังว่าเมืองหลวงประเทศไทยจะมีสองสนามบินตามผลการศึกษาเดิมโดยมีแอร์พอร์ตลิ้งค์เป็นตัวเชื่อมไม่ใช่แค่มักกะสันลิ้งค์ที่ขาดทุนป่นปี้ดังที่เป็นอยู่จึงหยุดความเสียหายเกือบ 200,000 ล้านบาทเอาไว้ได้

เรื่องที่หก

โครงการขยายหมู่บ้านเสื้อแดงชะงักลงเป็นส่วนใหญ่ เพราะถูกภัยน้ำท่วมยับเยิน และเป็นเรื่องแปลกที่น้ำท่วมคราวนี้ท่วมเฉพาะบางพื้นที่เท่านั้น
ดังตัวอย่างที่สุพรรณบุรีนั้นแปลกมาก เขตของพรรคชาติไทยน้ำไม่ท่วม แต่ไปท่วมเอาเขตที่พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง ยิ่งอยุธยาฐานบัญชาการศึก 9 ทัพ ก็ถูกท่วมหนักกว่าทุกหนทุกแห่ง

ปรากฏการณ์และผลที่เกิดขึ้นทั้ง 6 เรื่องนี้ เหมือนหนึ่งสวรรค์ต้องการเบรคนักการเมืองไม่ให้สร้างกรรมทำชั่วทำความเสียหายให้กับบ้านเมือง
ซึ่งน่าจะได้สติได้คิดกันบ้าง ว่าหากขืนลำพองดึงดันสร้างกรรมทำเข็ญต่อไป หากจะเกิดเรื่องร้ายและหนักหนากว่านี้ จึงอยากจะเตือนนักการเมืองให้ดูตัวอย่างนายห้างแฮร์รอด หลังจากลำพองคิดเขย่าฟ้าอังกฤษ ในที่สุดก็ล้มเหลว เสียทั้งลูก เสียทั้งเงิน พอได้สติก็หยุด จนกระทั่งทุกวันนี้.

การแสดงความเห็นถูกปิด