คำเตือน: บล็อกนี้ไม่เหมาะสำหรับคนรักทักษิณ

Archive for พฤศจิกายน, 2011

สลดสดศรี แดงสดใส

กกต.เสียงข้างมากมีมติ 4 ต่อ 1 ชี้ขาดจตุพรสิ้นสุดความเป็นส.ส. ส่งเรื่องให้ศาลรธน.ชี้ขาด

เช้า วันนี้ ( 29 พ.ย.) ที่ประชุมกกต.นำกรณีของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เข้าพิจารณาหลังจากคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงข้อกฎหมายกรณีคุณสมบัติ การเป็นส.ส.ของนายจตุพร สิ้นสุดลงหรือไม่ เนื่องจากไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค.2554 ทำให้ขาดจากความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยเป็นการประชุมลับของกกต.

ต่อมาเวลา 19.00 น. นายสมชาติ เจศรีชัย รองเลขาธิการรักษาการเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยหลังการประชุมว่า ที่ประชุมกกต.มีมติ 4 ต่อ 1 เห็นว่านายจตุพร ขาดจากความเป็นสมาชิกภาพความเป็นส.ส. ตามมาตรา 106 (4) และ (5) จึงสมควรส่งเรื่องไปให้ประธานสภายื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยความสิ้นสุดลงสมาชิกภาพความเป็นส.ส.

(เพิ่มเติม…)

Advertisements

ทักษิณดีใจที่เอกชนย้ายฐานจากไทยไปลงทุนในเขมรแทน


ยิ่งลักษณ์ ภาษาอังกฤษสื่อสารไม่ได้

ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล นักสื่อสารมวลชน ได้โพสต์ข้อความผ่าน ทวิตเตอร์ ชื่อผู้ใช้ @somkiatonwimon ว่า ฟังคำแถลงของท่านนายกฯยิ่งลักษณ์ที่ตอบรัฐมนตรี Hillary Clinton พบว่าภาษาอังกฤษของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ใช้สื่อสารเป็นทางการไม่ได้เลยพอ ๆ กับภาษาไทย
ในการสื่อสารกับต่างประเทศเป็นทางการ นายกฯยิ่งลักษณ์ควรพูดภาษาไทย เพราะภาษาอังกฤษใช้การไม่ได้ ฟังไม่รู้เรื่องและอาจผิดพลาดจนประเทศไทยเสียหาย
ส่วนการสื่อสารกับคนไทยเป็นภาษาไทย นายกฯ ยิ่งลักษณ์ก็จำเป็นต้องฝึกซ้อมทำความเข้าใจกับเรื่องที่พูดหรืออ่านบท แล้วฝึกการอ่านออกเสียงให้พร้อมก่อน นายกฯ ยิ่งลักษณ์ จะไปประชุมสุดยอดอาเซียนที่บาหลี น่าห่วง จะพูดอะไรกับผู้นำอาเซียนอีก 9 ชาติ และผู้นำชาติ+8
ขอให้ใช้ล่ามกระทรวงต่างประเทศดีกว่า ก่อนไปบาหลีขอให้กระทรวงต่างประเทศให้ความรู้เรื่องอาเซียนแก่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ให้ครบถ้วนและตามช่วยให้ข้อมูลและคำแนะนำแก่ท่านทุกย่างก้าว กลัวพลาด เรื่องการต่างประเทศ ไม่มั่นใจในพื้นความรู้ของนายกฯ ยิ่งลักษณ์และรัฐมนตรีต่างประเทศสุรพงษ์จริง ๆ ทั้งห่วงทั้งกลัวว่าจะพลาดพลั้งแล้วแก้ไขไม่ได้

ฮา แต่จริง


เลือกปฏิบัติหรือเปล่า?

ห็นภาพแล้วยิ่งเลอะจริง ๆ ทำไปได้ไงเนี่ย ….
ทำไมชดเชยที่นครสวรรค์ได้หลังละ 30,000 บาท แจกกันครึกครื้น แต่ที่อื่นท่วมเหมือนกันแต่ให้เพียงหลังละ 5,000 บาท
หาเสียงล้วนๆ หรือเลือกปฏิบัติ

ถ้าเป็นเงินส่วนตัว เขียนป้ายแบบนี้ก็ไม่ว่าอะไรศรัทธาด้วย แต่ถ้าเป็นเงินหลวง ต้องเสมอภาคทุกหลัง 30,000
ภาพนี้ดูแล้วคิดว่ามันโจ๋งครึ่มไปไหมครับ
หมายเลข 1. ถ้าเป็นเงินส่วนตัวของท่าน เขียนป้ายแบบนี้ผมก็ไม่ว่าอะไรนะครับ ศรัทธาด้วย แต่ถ้าเป็นเงินหลวง ก็ต้องเสมอภาคทุกหลัง 30 000 นะครับ
หมายเลข 2. ท่านกำลัง”กำกับการโพสต์” ให้โชว์เงินสดเหรอครับ
หมายเลข 3. ป้ามือไม่มีแรง เงินสดไม่แบออกมา เลยมีผู้เอามือมาช่วยกลัวไม่เห็นเงิน
หมายเลข 4. ชูขึ้นมาสูงๆ เดี๋ยวไม่เห็นเงิน
หมายเลข 5. กำกับการโพสต์ถ่ายให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้

ยังด้านกันอีกหรือครับเขียนไม่อายแผ่นดินไทย ลูกน้องท่านทำเรื่องใหญ่ๆไว้เยอะในของบริจาค แต่นี่ ท่านทำเองเลยนะนายกฯ ลาออกไปเถอะครับ!!!! เงินภาษีผม มาเขียนว่าบริจาคโดย ท่านได้ไง เงินท่านเหรอที่บริจาคน่ะ


คลิปลับ นาธานกับ ศปภ.


มันทรยศ


สหรัฐฟังสำเนียงนายกฯปูไม่ออก

ก.ต่างประเทศสหรัฐฯแพร่คำแถลงร่วมยิ่งลักษณ์-ฮิลลารีในโอกาสเยือนไทยฟังสำเนียงอังกฤษนายกฯไม่ออก12คำ
เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาได้เผยแพร่ถ้อยคำการแถลงข่าวร่วมกันระหว่างน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย และ นางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ในโอกาสที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมาที่ทำเนียบรัฐบาลไทย
ทั้งนี้ปรากฎว่ากระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกาได้ระบุคำว่า inaudible หรือได้ยินไม่ชัด ในคำแถลงของน.ส.ยิ่งลักษณ์ถึง12คำ โดยใน2คำพูดของน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ได้ยินไม่ชัดนั้นเป็นการตอบคำถามของผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการออก พ.ร.ฎ.ขอพระราชทานอภัยโทษที่กำหนดคุณสมบัติเอื้อประโยชน์ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ลิงก์ประกอบข่าวhttp://www.state.gov/secretary/rm/2011/11/177263.htm

สมาชิกเฟซบุ๊ก ต่อต้าน พ.ร.ฎ. อภัยโทษ

พ.ร.ฎ.อภัยโทษ ไม่เหมาะสม เหตุ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่ได้รับโทษ ด้าน สุรพงษ์ ชี้แจง ไม่ได้เป็นการลักไก่ เพราะทำเป็นประจำทุกปี ขณะที่สังคมเฟซบุ๊กร่างคำเชิญต้าน ผู้เข้าร่วมหมื่นคนแล้ว

วันนี้ (16 พฤศจิกายน) นาย ศิริโชค โสภา ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี คณะรัฐมนตรีมีมติออกร่าง พ.ร.ฎ.ขอพระราชทานอภัยโทษว่า การอภัยโทษ จะต้องอภัยโทษแก่ผู้ที่ได้รับโทษและสำนึกผิดแล้วเท่านั้น ดังนั้น ทางคนไทยต้องจับตามอง พ.ร.ฎ. ขอพระราชทานอภัยโทษ ของคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ เพราะอาจมีการวางเงื่อนไขล็อกสเป็คให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พ้นโทษ

สาเหตุที่การพระราชอภัยโทษครั้งนี้ดูไม่โปร่งใส เพราะนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่เข้าประชุมคณะรัฐมนตรี แต่ให้ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง เป็นประธานในการประชุมแทน เพราะรู้ว่าในที่ประชุมจะมีมติเรื่องนี้ หากอยู่ประชุมอาจจะมีความเสี่ยงต่อการถูกถอดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) กล่าวถึง เรื่อง พ.ร.ฎ. พระราชทานอภัยโทษว่า ต้องดูที่เจตนาว่าทำเพื่อประโยชน์ของใคร ถ้าหากทำเพื่อบุคคลทั่วไปก็เหมาะสม แต่ถ้าเพื่อบุคคลคนเดียวก็ไม่สมควร และในปีนี้ที่ถูกวิจารณ์หนัก เป็นเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับประโยชน์ด้วย

ขณะที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ตนไม่ทราบเรื่องนี้ เนื่องจาก ติดประชุมร่วมรัฐสภา เรื่องไทย – กัมพูชา แต่ก็เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นการลักไก่ออก พ.ร.ฎ. ในช่วงน้ำท่วม และไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะทำเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว
(เพิ่มเติม…)


สื่อ(แดง)สำนึกผิด

           เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมสปริงนิวส์ ออกแถลงการณ์น้อมรับความบกพร่องในการรายงานข่าวที่พาดพิงสถานีโทรทัศน์ไทยพี บีเอส ว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรื้อบิ๊กแบ็กที่ดอนเมือง

ทั้งนี้ ทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมสปริงนิวส์ กล่าวถึงสาเหตุเบื้องต้น ว่า เป็นความเร่งรีบผลิตงานเพื่อให้ทันออกอากาศ ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายความน่าเชื่อถือสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสแต่อย่างใด ซึ่งสถานีสปริงนิวส์แถลงการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ของสถานี โดยมีข้อความดังนี้

“ตามที่มีแถลงการณ์ของผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส กรณีการนำเสนอข่าวของสถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ ที่อ้างถึงผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส มีส่วนในการยุยงให้ชาวดอนเมืองรวมตัวประท้วงการวางแนวชะลอน้ำ หรือ บิ๊กแบ็ก ซึ่งฝ่ายบริหารไทยพีบีเอสได้มีหนังสือขอคำชี้แจงมายังสถานีโทรทัศน์สปริง นิวส์นั้น

ฝ่ายบริหารและคณะบรรณาธิการของสถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ได้ดำเนินการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงทันทีที่เกิดขึ้น พบว่ากรณีข่าวชิ้นดังกล่าวเป็นการนำเสนอเบื้องหลังความไม่พอใจของชาวบ้าน จุดกระแสความไม่พอใจบานปลายจนเกิดการรื้อแนวบิ๊กแบ็ก ซึ่งส่งผลกระทบถึงแผนการบริหารจัดการแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เมือง หลวงของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ.และกรุงเทพมหานคร

เนื้อหาส่วนใหญ่ในรายงานดังกล่าว เรียบเรียงขึ้นโดยการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากบุคคลและแหล่งข่าวต่าง ๆ เพื่ออธิบายถึงเหตุแห่งความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดย เนื้อหาส่วนหนึ่งได้กล่าวพาดพิงถึงการทำหน้าที่ของผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ซึ่งอาจทำให้เข้าใจผิดได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้สื่อข่าวของสถานี โทรทัศน์ไทยพีบีเอสมีส่วนอยู่เบื้องหลัง และ ไม่ได้ตรวจสอบไปยังฝ่ายบริหารของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเพื่อให้โอกาสได้ ชี้แจง ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดในการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพที่ควรให้ความเป็น ธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
(เพิ่มเติม…)