คำเตือน: บล็อกนี้ไม่เหมาะสำหรับคนรักทักษิณ

“คมทหารเฉือนคมการเมือง” เปลว สีเงิน 3 พฤศจิกายน 2554

“ยิ่งลักษณ์” คนเก่งออกอาการ “ปัดความรับผิดชอบ” แล้วมั้ยล่ะ หนูเหนื่อย หนูตั้งใจทำงาน ๒๔ ชั่วโมง หนูขอความเห็นใจ หนูชักไม่สนุกแล้วนะ และหนูก็ไม่รู้เรื่องประตูน้ำ พี่ๆ ผู้มีบารมีในพรรคเขาสั่งให้หนูเปิดประตู หนูก็เปิด เปิดแล้วน้ำแตกพรูเข้าท่วมกรุงเทพฯ อาจท่วมหมดทั้ง ๕๐ เขต หนูก็ไม่รู้ ๑๒-๑๗ พ.ย.นี้ หนูจะไปประชุมเอเปกที่ฮาวาย หนูจะไปแสดงวิสัยทัศน์ผู้นำถึง “วิธีเอาอยู่” ให้แต่ละประเทศเขาฟัง!

พวกผู้นำเอเปกจะบอกเวลคัม หรือเวรกรรมก็ไม่รู้นะ รู้แต่ว่าการใช้อาญาสิทธิ์ตามกฎหมายพิเศษสั่งให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.เปิดประตูระบายน้ำคลองสามวาให้ทะลักเข้ากรุงเทพฯ ชั้นในครั้งนี้

ความดี-ความชอบ “ถ้ามี” ยกให้ยิ่งลักษณ์ แม่ย่านางเหนือหัวคนในพรรค นปช.เพื่อไทยแต่ผู้เดียว

แต่ถ้าไม่มี…!?
มีแต่เสียงก่นด่ากับการเอาอำนาจนายกฯ มาเล่นแบบ “หนูไม่รู้” แล้วหนูก็สนุกกับอำนาจ สั่งไปเรื่อยจนน้ำเลื้อยไล่ตามมาจ่อคอหอยถึง ศปภ.ที่กระทรวงพลังงานขณะนี้ หนูไม่ต้องเครียด หนูไม่ต้องรับผิดชอบหรอกเพราะพวก ลุง ป้า น้า อา หัวหงอก-หัวดำทั้งหลาย เขาตั้งคณะทำงานเป็น “ตุ๊กตาเสียกบาล” แทนให้แล้วตอนนี้!

ฉะนั้น ความวิบัติจากการปล่อยให้ชาวบ้านทุบประตูคลองสามวา และที่สั่งเปิดประตูให้น้ำไหลเข้ามาชั้นใน เป็นการเอาใจนักการเมืองในพื้นที่เลือกตั้งของพรรคนั้น

ยิ่งลักษณ์ไม่รู้เรื่องด้วยนะ…

เพราะยิ่งลักษณ์เป็น “นายกฯ ลอยตัว” น่ะ!

พื้นที่กรุงเทพฯ มี ๑,๕๖๘ ตารางกิโลเมตร แต่จะจมหมด หรือจะจมบางพื้นที่ รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมที่เหลือในย่านนั้นด้วย ชะตาอนาคตก็ฝากไว้ที่คลองสามวา กับคลองหกวา รวม ๙ วานี่แหละ ซึ่งผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ก็อธิบายความสำคัญให้นายกฯ ทราบครั้งแล้ว-ครั้งเล่าถึงขนาด “สั่งด้วยวาจา” ครั้งแรก ผู้ว่าฯ จำต้องขัดคำสั่ง เพื่อเห็นแก่สถานการณ์รวมอันเลวร้าย-ถ้าเปิด แทนที่ยิ่งลักษณ์จะใคร่ครวญทวนทบ กลับเป็นคุณหนูไขลานให้พวกมังเกี้ยม-มังกือการเมืองในพรรค ส่งคำสั่งเป็น “ลายลักษณ์อักษร” (สำหรับมัดตัวเอง) ให้ผู้ว่าฯ กทม.ต้องทำ

ธ่อ…ก็คุณเธอประกาศใช้อำนาจพิเศษ เบ็ดเสร็จเด็ดขาดแต่ผู้เดียว เมื่อสั่งแบบมีหลักฐานเช่นนี้ กทม.ก็จำต้องเปิดประตูให้น้ำไหลเข้า จะให้เข้ากี่เซน-กี่เมตรก็ช่างเถอะ ที่แน่ๆ จากการเปิดประตูนั้นน้ำกรูเกรียวเข้าชั้นนอก-ชั้นใน ทั้งไชชอนขึ้นมาเป็นน้ำพุตามท่อระบาย วิภาวดีรังสิต “ทั้งสาย” กลายเป็นที่ประทับแม่พระคงคา อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิก็จงเตรียมรับมือกันไว้ เมื่อดูตามเส้นทางทัพ และเดาใจแม่พระคงคา รวมถึงนาคราชาที่ยกทัพมาสมทบทางบาดาล

“ทำเนียบรัฐบาล” เป้าหมายต่อไป!

ต่อให้ตั้งบังเกอร์สูงท่วมหัวรายรอบทำเนียบฯ อย่างที่เป็นอยู่ขณะนี้ก็เหอะ แล้วคอยดูความอัจฉริยะเหนือ “การหยั่งคำนวณด้วยมนุษย์” ของกองทัพน้ำ จะเห็นเองว่า ไพร่พลน้ำแทงทะลุแนวต้านทานเข้ายึดชั้นในทำเนียบรัฐบาลได้ด้วยวิธีไหน?

ทุกคนในรัฐบาลตอนนี้อยู่ในสภาพ “ปากแข็ง-ตูดนิ่ม” โดยเฉพาะยิ่งลักษณ์ ไม่สนุกในอำนาจแล้ว อยากโบ้ยภาระให้คนอื่นมารับไปแบกแทน

แต่พวกชายกระโปรงกลัวตกเก้าอี้ ทำเป็นยกยอปอปั้น ห้อมล้อมตบไม้-ตบมือให้กำลังใจ…ยิ่งลักษณ์เก่ง ยิ่งลักษณ์เป็นเลิศในธรณี ยิ่งลักษณ์หามีหญิงใดเทียม ยิ่งลักษณ์ต้องอยู่ ยิ่งลักษณ์ สู้…สู้ เป็นนายกฯ ต่อไป!

ผมเพิ่งประจักษ์กับหู-กับตาตัวเองจากข่าวบ่ายวานนี้ (๒ พ.ย.๕๔) ว่าคนที่ซ่อนคมในฝัก คนที่รู้จักเล่นกับอำนาจโดยไม่เสียอำนาจ และคนที่สามารถสลายศาตราเป็นแพรพรรณได้ดีที่สุดในสถานการณ์นี้

คือ “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา”!

“ขอให้รัฐบาลสั่งมา” ทหารทำหมด ไม่บ่น-ไม่ท้อ-ไม่แย้ง-ไม่แข็ง ต่ออำนาจ ถูกบางคนด่า บางคนค่อนแคะ…ทหารนิ่ง เอาไงสั่งมา ทำให้ได้ทั้งนั้น เต็มที่-เต็มร้อย ไม่กั๊ก-ไม่อู้ พร้อมจมอยู่-ลอยอยู่ คู่กับพี่น้องประชาชนในทุกทิศ-ทุกที่ ที่ “แม่ทัพหญิง” บัญชา

แต่นั่นก็สามัญ แต่ที่วิสามัญคือเมื่อวานอย่างที่ว่า ท่านที่ติดตามข่าวคงทราบ ปัญหาที่คลองสามวา ด้วยนักการเมืองพื้นที่ประจบเอาใจชาวบ้าน การทำความเข้าใจกับชาวบ้านไม่ให้พังประตูระบายน้ำจึงเป็นไปได้ยาก ถึงระดับรัฐบาลเองก็ไม่มีน้ำยา

มองตากันไป-มองตากันมา แต่ไม่มีใครกล้าพูดอย่างที่ใจคิด คือในความเป็นจริงวิกฤติบ้านเมืองเช่นนี้ ที่ไหนๆ เขาก็ต้องประกาศใช้ภาวะฉุกเฉิน แต่เมื่อเขาสอนให้นายกฯ หญิงพูดเก๋ๆ ว่า เราสู้กับน้ำ ไม่ได้สู้กับคน…ไม่ใช้ก็อย่าใช้ ใครเขาจะไปว่าอะไร

แล้วก็อย่างที่เกิดกับทุกแห่งเวลานี้ ฝูงชนสับสน-วุ่นวาย กูจะเอางี้ มึงจะเอางั้น ตีกัน พังพนัง พังประตูกั้นน้ำกัน แล้วใครก็จัดการใครไม่ได้ ตำรวจน่ะเรอะ

เฮอะ…อย่าพูดดีกว่า!

พูดกันชัดๆ ในใจรัฐบาลตอนนี้ อยากโบ้ยปัญหาที่บริหารกันจนเละเทะ ให้ทหารแบก ก็มาดูกันนะครับว่า “ทหารอาชีพ” อย่างพลเอกประยุทธ์ เมื่อ “การทหาร” ใกล้ที่จะถูก “การเมือง” ลากเข้าไปทำหน้าที่ “ลาโง่” ช่วยแบกภาระ แล้วท่านจะใช้ “คมทหาร” เฉือน “คมการเมือง” อย่างไร?

คม “พลเอกประยุทธ์” คมเช่นนี้…….

“ปัญหาที่คลองสามวาที่มีการพยายามทำลายพนังกั้นน้ำ ผมไม่ได้ตำหนิใคร ซึ่งเขาเข้าใจว่าถ้ากั้นน้ำตรงนี้ได้ ระดับน้ำจะลดลงและน้ำจะท่วมน้อยลง แต่เบี่ยงน้ำไปแล้วก็ลดลงไม่ได้ ๑๐๐% มันก็ยังท่วมอยู่เหมือนเดิม แต่ความคุ้มค่าการที่น้ำเข้ามาในพื้นที่ กทม.มากๆ จะทำให้น้ำท่วมทั้ง ๕๐ เขต หรือเข้าไปในนิคมบางชัน อาจจะทำให้หนักกว่าเดิม

ดังนั้นจะต้องดูว่าจะดูแลกันอย่างไร คิดว่าฝ่ายการเมืองคงจะดำเนินการ ผมไม่อยากไปก้าวก่าย ส่วนการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น การใช้กฎหมายมีอย่างเดียว คือการบังคับใช้ว่าทำอย่างไรไม่ให้คนทำลายพนังกั้นน้ำ คือการเอากำลังไปต่อสู้กับประชาชน ยกตัวอย่างเมื่อเดือนเมษา-พฤษภาที่ผ่านมา ไม่ให้ประชาชนออกมาชุมนุมในพื้นที่ที่กำหนด ก็จำเป็นจะต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็เช่นเดียวกันต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในการห้ามประชาชนเข้ามารื้อคันกั้นน้ำ ซึ่งการเผชิญหน้ากันจะต้องสู้กันอย่างเมื่อวันก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดันกับประชาชน

สรุปว่าชาวบ้านก็ดันแนวทะลุ เจ้าหน้าที่ตำรวจทำรุนแรงไม่ได้ กฎหมายปกติกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ต่างกัน การขัดขวางการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ “ผิดกฎหมาย” อยู่แล้ว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ถ้าจะต้องรับผิดชอบก็จะต้องเอากฎหมายปกติ ถ้าใช้คนไม่ได้ก็จะต้องมีกระบี่กระบองไปสู้กัน หรือใช้มาตรการป้องกัน หรือมาตรการการปราบจลาจลในทำนองนั้น โดยตั้งแนวเจ้าหน้าที่ไม่ให้ชาวบ้านเข้ามา

แล้วท้ายที่สุดก็จะตีกัน ก็จะกลับไปเหมือนวงรอบเก่า เพราะตัวอย่างมีมาตลอด ๒ ปีที่ผ่านมา นั่นคือการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ใช่ว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่มีประโยชน์ มันก็มีประโยชน์ แต่ถ้าใช้กันจะทำให้ทะเลาะเบาะแว้งไปเรื่อยๆ ปัญหาคือ แล้วเราจะอยู่กันด้วยการใช้กฎหมายให้มันแรงขึ้นไปเรื่อยๆ จนหาทางออกไม่ได้ เจ้าหน้าที่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะถูกสั่งมา ประเทศไทยจะอยู่กันแบบนี้หรือเปล่า? ผมไม่เข้าใจ…สิ่งที่สำคัญคือ จะต้องให้ความรู้กับประชาชนให้รู้จักเสียสละ รู้จักให้-รู้จักรับ และรู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบประเทศไทย ถ้าอยู่กันด้วยกันกฎหมาย คงอยู่ด้วยกันไม่ได้ จากน้ำท่วม เมื่อจบแล้วก็คงตีกันเรื่องอื่น ก็จะต้องมาบังคับใช้กฎหมาย

อยากถามว่า…วันนี้ประชาชนยอมรับกฎหมายเท่าไหร่ อยากถามว่า…มันผิดกฎหมายหรือไม่ มันก็ผิดกันทั้งหมด จะเอาจับติดคุกให้หมด ที่ทำลายพนังคันกั้นน้ำ มีรูปอยู่แล้ว ไปจับมาดำเนินคดี สิ่งนี้ทำได้หรือไม่…ก็ทำไม่ได้ ถ้าใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ก็ถูกบังคับให้ต้องทำ ท้ายที่สุดก็จะต้องตีกับประชาชน และจะได้อะไรมา แต่ผมคิดว่า..ไม่ได้ เมื่อติดคุกก็จะต้องมีการประกันตัว สถานการณ์ก็จะกลับไปวงรอบเก่า”

ครับ..อย่างนี้เรียกว่า “ฉลาดเป็นกรด” เป็นกรดด้วยส่วนผสมลงตัวระหว่างบู๊กับบุ๋น ก็ค่อยหายใจโล่งอกขึ้นหน่อยที่บ้านเมืองมีทหารที่ “เข้าใจอำนาจ-เข้าใจประชาชน” ได้แบบหยิน-หยาง

ถ้างั้นก็…๑๒-๑๗ พ.ย.นี้ ยิ่งลักษณ์ฉวยโอกาสประชุมเอเปก “ลี้ภัยความรับผิดชอบ” ไปแอ่นระแน้ที่ฮาวาย หรือจะแอบพบพี่ชายตัวดีด้วยก็ได้…รีบไปเถอะ

อยู่ก็รำคาญหู-รำคาญตาชาวบ้านที่หลงเชื่อว่า “เอาอยู่” แล้วมิดหัวเปล่าๆ แต่ที่คุยว่าจะแสดงวิสัยทัศน์ให้แต่ละประเทศเชื่อมั่นไทยด้วย “เอาอยู่โมเดล” นั้น…ไหว้ล่ะ ไม่ต้องก็ได้

ขึ้นไปอ่านผิดๆ ถูกๆ “ขายขี้หน้าประเทศ” เค้าน่ะ!

http://www.thaipost.net/news/031111/47538

การแสดงความเห็นถูกปิด