คำเตือน: บล็อกนี้ไม่เหมาะสำหรับคนรักทักษิณ

สั่งล้างคุก’รร.พลตำรวจ’ ‘มีกล้อง-แอร์-ที่นอนหรู’ รองรับ’นช.กิตติมศักดิ์’ สอดรับชูพรฎ.อภัยโทษ

“เอกยุทธ” ปูด “มือดี” สั่งการให้ล้างคุกที่ “รร.พลตำรวจ บางเขน” ไว้รอ “นช.ทักษิณ” ถึงขั้นติดกล้องวงจรปิด-ติดแอร์-มีที่นอนอย่างดี สอดรับกับข่าวที่ครม.พี่คิด-น้องทำ เปิดทาง “ประชา” ชงประชุมลับเข้าครม. ดันร่างพ.ร.ฎ.อภัยโทษ เนื่องในวันพ่อ 5 ธ.ค. แต่ “น้องสาว” เลี่ยงเข้าประชุม หวังลดข้อครหา “ทำเพื่อพี่” ปล่อย “เหลิม” โชว์

วันที่ 15 พ.ย. 2554 นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ “ไทยอินไซเดอร์” เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวว่า “นักโทษทักษิณ ชินวัตร” จะกลับมาเมืองไทยก่อนวันที่ 5 ธ.ค.นี้ เพราะมีการประสานและคำสั่งจาก “ผู้กุมอำนาจ” ไปยังสถานกุมขังที่รร.พลตำรวจ บางเขน ถึงขั้นมีการล้างคุกรอ พร้อมกับการติดกล้องวงจรปิด ติดแอร์ และมีที่นอนอย่างดี ซึ่งเป็นไปได้ว่า เป็นการเตรียมการเพื่อเปิดทางให้ “นักโทษทักษิณ” กลับมา โดยยอมติดคุกทางการเมือง จากนั้นก็จะเดินหน้ายื่นขออภัยโทษให้สอดรับกับร่างพระราชกฤษฎีกาขอพระราช ทานอภัยโทษ เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 ที่เพิ่งผ่านเข้าครม.ในวันนี้

“ไม่แปลกที่ทำไม รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถึงพยายามเร่งรัดให้มีการแต่งตั้งพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ พี่ชายคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร มาเป็นผบ.ตร.แบบเต็มตัว เพื่อจะได้ควบคุมและคุมเกมทุกอย่างภายในมือได้ เพราะทั้งว่าที่ผบช.น. ก็เป็นหลายเขยคือ พล.ต.ต.วินัย ทองสอง และว่าที่ผบช.ภ.1 ก็คือคนสนิท อย่างพล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ซึ่งจะต้องคอยดูแลในพื้นที่ที่นักโทษทักษิณจะต้องไปอยู่”นายเอกยุทธกล่าว
รายงาน ข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในช่วงสุดท้ายของการประชุมครม. ที่มีร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานนั้น ประธานที่ในที่ประชุมได้เสนอให้มีการประชุมลับ โดยให้เจ้าหน้าที่และทีมงานโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกจากห้องประชุมทั้งหมด เหลือเพียงรัฐมนตรีเท่านั้น โดย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ได้เสนอความเห็นต่อที่ประชุมครม.ว่า เราควรจะมีการทูลเกล้าฯ ร่างพระราชกฤษฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 นี้หรือไม่ ซึ่งในขณะนี้รัฐมนตรีบางคนไม่อยู่ร่วมประชุม รวมทั้งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ที่อยู่ระหว่างการเดินทางกลับจากจ.สิงห์บุรี แต่ก็เหลือรัฐมนตรีที่เป็นแกนนำคนสำคัญของพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาลหลายคน อาทิ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นต้น โดยที่ประชุมใช้เวลาหารือประมาณ 10 นาที แต่ยังไม่มีมติใด ๆ โดยร.ต.อ.เฉลิม ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า หน่วยงานใดที่รับผิดชอบยกร่างกฎหมายดังกล่าว ให้มาพบและพูดคุยกับตนโดยตรง และก่อนปิดการประชุมก็ได้กำชับรัฐมนตรีทุกคนว่า “ห้ามให้เรื่องหลุดออกไปเป็นข่าวเด็ดขาด”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าการเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว เป็นช่วงที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุมครม. ซึ่งก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมาก ว่าต้องการเลี่ยงไม่เข้าประชุม เพื่อลดข้อครหาว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ทั้งที่ความจริงเมื่อคืนวันที่ 14 พ.ย.ทีผ่านมา แม้ว่าเครื่องเฮลิคอปเตอร์ เอ็มไอ 17 จะไม่มีเรดาร์ และนักบินไม่ชำนาญเส้นทางในกทม.ก็ตาม แต่ก็สามารถเดินทางกลับโดยรถยนต์ได้ อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ก็ได้โทรศัพท์ไปหา และแสดงความจำนงว่าจะส่งเฮลิคอปเตอร์รุ่นอื่นไปรับ แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ปฏิเสธที่จะเดินทางกลับ โดยอ้างว่ามีคณะสื่อมวลชนอีกเกือบ 20 ชีวิตที่ไปด้วยกัน

นอกจากนี้ เป็นที่น่าสังเกตด้วยว่าเมื่อเวลา 11.00 น. คณะของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางถึง พล.ม.2 จากนั้นได้นั่งแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนทันทีอย่างเป็นทางการเป็นเวลาเกือบ 20 นาที ทั้งที่ตามปกติแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ มักจะหลีกเลี่ยงการแถลงข่าวเช่นนี้ จากนั้นก็ได้เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล ซึ่งในช่วงเวลานั้น ครม.ยังไม่เลิกประชุม แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ไม่ได้เข้าร่วมประชุม แต่ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ก่อนเดินทางเข้าร่วมประชุมอาเซียนซัมมิท

—————–

ที่มา: http://akeyuth.name/

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด