คำเตือน: บล็อกนี้ไม่เหมาะสำหรับคนรักทักษิณ

สลดสดศรี แดงสดใส

กกต.เสียงข้างมากมีมติ 4 ต่อ 1 ชี้ขาดจตุพรสิ้นสุดความเป็นส.ส. ส่งเรื่องให้ศาลรธน.ชี้ขาด

เช้า วันนี้ ( 29 พ.ย.) ที่ประชุมกกต.นำกรณีของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เข้าพิจารณาหลังจากคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงข้อกฎหมายกรณีคุณสมบัติ การเป็นส.ส.ของนายจตุพร สิ้นสุดลงหรือไม่ เนื่องจากไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค.2554 ทำให้ขาดจากความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยเป็นการประชุมลับของกกต.

ต่อมาเวลา 19.00 น. นายสมชาติ เจศรีชัย รองเลขาธิการรักษาการเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยหลังการประชุมว่า ที่ประชุมกกต.มีมติ 4 ต่อ 1 เห็นว่านายจตุพร ขาดจากความเป็นสมาชิกภาพความเป็นส.ส. ตามมาตรา 106 (4) และ (5) จึงสมควรส่งเรื่องไปให้ประธานสภายื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยความสิ้นสุดลงสมาชิกภาพความเป็นส.ส.

มีรายงานว่า สำหรับความเห็นของกกต.ใน 4 คนมีความเห็นให้ส่งเรื่องไปยังโดย 2 คน มีความเห็นว่า เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานต่อไป เนื่องจากยังมีปัญหาโต้เถียงกันว่าการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองของนายจตุพร สิ้นสุดลงตามพ.ร.บ.พรรคการเมืองมาตรา 20 (3) จะส่งผลให้สมาชิกภาพของความเป็นสมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา 106 หรือไม่ และถ้าสิ้นสุดจะสิ้นสุดลงเมื่อใด
ส่วนอีก 1 ใน 2 คน มีความเห็นว่า เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานต่อไป เนื่องจากยังมีปัญหาโต้เถียงกันว่า การเป็นสมาชิกพรรคการเมืองของนายจตุพร สิ้นสุดลงตามพ.ร.บ.พรรคการเมืองมาตรา 20 (3) และจะส่งผลให้สมาชิกภาพของความเป็นสมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา 106 หรือไม่ ถ้าสิ้นสุดจะสิ้นสุดลงเมื่อใด

ส่วนอีก 1 คน เห็นว่าควรส่งไปประธานสภา เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนด คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้มิสิทธิที่ลงสมัครส.ส.ในมาตรา 101 และมาตรา 102 โดยยกเว้นบุคลที่มีลักษณะต้องห้าม มิให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งมาตรา 100 ( 3) ซึ่งในประเด็นนี้คณะอนุกรรมการไต่สวนเห็นว่าจะต้องนำพ.ร.บ.พรรคการเมือง มาตรา 20 ประกอบมาตรา 19 และมาตรา 8  มาขยายความเป็นสมาชิกภาพส.ส.สิ้นสุดลง ตามมาตรา 106

ขณะที่ กกต.อีก 1 คนเห็นว่า ไม่เห็นว่าจะต้องส่งศาล เนื่องจากตามมาตรา 101(3) ของรัฐธรรมนูญกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิรับเลือกตั้งเป็นส.ส. ในวันสมัครรับเลือกตั้งเท่านั้น กำหนดว่า จะต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคกาเมืองพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกันนับจน ถึงวันเลือกตั้ง แม้ในวันเลือกตั้งบุคคลดังกล่าว ถูกขังโดยหมายของศาลทำให้บุคคลนั้นขาดสมาชิกภาพความเป็นส.ส. ตามมาตรา 106 แต่อย่างใดไม่ เนื่องจากเป็นข้อยกเว้นตามมาตรา 102 (3) ประกอบมาตรา 100 (3) ของรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังเห็นว่ามาตรา 101(6) ยังกำหนดให้นำคุณสมบัติอื่น ตามที่บัญญัติไว้ในพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งส.ส.และการได้มา ซึ่งส.ว.มาใช่บังคับเท่านั้น อีกทั้งนายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ ยังยืนยันว่านายจตุพรยังคงเป็นสมาชิกพรรค ดังนั้นนายจตุพร จึงมิได้ขาดจากการเป็นสมาชิกภาพความเป็นส.ส.แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม นางสดศรี สัตยธรรม กกต.เปิดเผยว่า ตนมีความเห็นเป็นเสียงข้างน้อย  1 เสียง ที่เห็นว่าไม่ต้องส่งศาล เพราะเห็นว่า นายจตุพรจะเข้าลักษณะตามมาตรา 106 ถ้าจะนำเอากฎหมายของพ.ร.บ.มาใช้ประกอบการพิจารณา ตนก็เห็นว่า ยังมีความขัดกันของกฎหมายอยู่.

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด