คำเตือน: บล็อกนี้ไม่เหมาะสำหรับคนรักทักษิณ

Archive for ธันวาคม, 2011

เปลี่ยนชื่อเป็นสุนัขเหมาะกว่าหรือไม่?

คลิปที่ทางรายการอ้างถึง สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล – สถาบัน

ดูแล้วปรี๊ดเลย ทำไมมันยังลอยนวลอยู่ในประเทศนี้ได้อย่างไร

Advertisements

‘แม้ว’ ปี 55 ดวงอันตราย…ถูกลอบสังหาร ! บริวารเป็นพิษ

ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘นช.ทักษิณ ชินวัตร’ คือ บุคคลที่ประชาชนคนไทยเฝ้าจับตาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะการเคลื่อนไหวเพื่อทวงคืนอำนาจของเขานั้นได้นำมาซึ่งความปั่นป่วน วุ่นวายของชาติ ความแตกแยกในสังคม ความเสียหายต่อเศรษฐกิจ รวมถึงการสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อของประชาชนด้วย ดังนั้นหลายคนจึงอยากรู้ว่าดวงชะตาใน ปี 2555 ของ นช.ทักษิณนั้นเป็นอย่างไร ? และมีโอกาสกลับมามีอำนาจอีกหรือไม่ ?

โหร ส.ว. เผย ‘แม้ว’ มีเกณฑ์ถูกลอบสังหาร

‘ดร.บุญเลิศ ไพรินทร์’ เจ้าของฉายา โหร ส.ว. คำนวณทางเดินของดวงดาว และลัคนาราศีแล้วฟันธงว่า ปี 2555 เป็นปีที่ดวงของ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ดีเลย ในภาพรวมก็คือจะเจอทั้งมฤตยูก็ดี ดาวเสาร์และราหูก็ดี ซึ่งล้วนเป็นบาปพระเคราะห์ให้โทษทั้งสิ้น และทำมุมในลักษณะที่เป็นโทษ ซึ่งถือว่าอันตราย โดยตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย.-15 พ.ค.55 ดวงจะอยู่ในขั้นอันตราย เพราะนอกจากจะเจอดาวพระเคราะห์ และตัวราหูซึ่งเป็นบาปพระเคราะห์ที่ไม่ใช่ดาวแล้ว ดาวพฤหัสซึ่งเป็นดาวที่ให้คุณสูงสุดในสุริยจักรวาลยังย้ายไปอยู่ในราศีเมษ ตกอยู่ในเรือนมรณะ จึงให้คุณแก่ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ พอถึงวันที่ 15 พ.ค 55 ดาวพฤหัสย้ายออกจากราศีเมษ ทำให้ดวงเริ่มดีขึ้นบ้าง แต่ก็ยังไม่พ้นเคราะห์ เนื่องจากวันที่ 23 มิ.ย.55 ดาวเสาร์ยังไปทับลัคน์ และดาวอังคารซึ่งเป็นบาปพระเคราะห์กำลังจะเดินเข้าสู่ราศีกันย์ซึ่งเป็น ลัคนาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งส่งผลให้ยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้นทำให้เส้นชะตาอยู่ในขั้นอันตราย       (เพิ่มเติม…)


เอามาฝากจากเพจหมอตุลย์

หมอตุลย์

โปรดอ่านย่อหน้าสุดท้ายนานๆ

รักที่สุดคือในหลวง หวงที่สุดคือแผ่นดิน

หมอตุลย์

ผมมีข้อสังเกต เป็นการ “ส่วนตัว” ถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแนวทางที่เป็นการลบหลู่พระเกียรติ ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างตรงๆ แรงๆ เนียนๆ และใช้ รูปแบบ“บกพร่องโดยสุจริต” และ ลบหลู่ และ แก้ไขแบบ “ตบหัวแล้วลูบหลัง” เป็นระยะๆ และ ตั้งใจทำในทุกระดับ โดย ผมคิดเอาเองว่า มันเล็งผลเลิศ ในลักษณะให้ “ช้ำใน” แบบลึกๆมากกว่า

สำหรับผม ผมคิดว่า มันกำลัง “ล้ำเส้น” อย่างชัดเจน และ เป็นรูปธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ
ผมจะลองปะติดปะต่อ เรื่องที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เร็วๆ นี้ นะครับ แล้วท่านไปใช้ “ปัญญา” คิดต่อเอาเอง ในเหตุการณ์ของทุกระดับ และข้อสังเกตของผม

1. ระดับผู้นำ: วันที่ 5 ธันวาคม 2554 เฟสบุ๊กยิ่งลักษณ์ นำรูป ล้นเกล้ารัชกาลที่ 8 ขึ้นมาในวันมหามงคลขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งๆ ที่ รูป ของรัชกาลที่ 8 น่าจะหายากกว่า รูปของรัชกาลที่ 9 มากมายนัก

สรุปคำแก้ตัว : ทีมงานบกพร่อง เป็นความผิดพลาดของทีมงาน เฟสบุ๊ก มาใน รูปแบบ บกพร่องโดยสุจริต

ข้อสังเกต : มันกำลังส่งสัญญาณว่า เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ขอโทษไปแล้วนี่ ไม่เห็นมีอะไร

2. ระดับกระทรวง: วันที่ 5 ธันวาคม 2554 ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รมว มหาดไทย สั่งยกเลิกการแสดง แสง สี เสียง และสื่อผสม “วัฒนธรรมทองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 84 พรรษา มหาราช” และ การฉายภาพยนตร์พาโนรามาสื่อผสมเฉลิมพระเกียรติ “84 ปี แห่งความรุ่งเรืองของกรุงรัตนโกสินทร์” ทำขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่าง “กะทันหัน” ทั้งๆ ที่ ได้แสดงไปแล้ว หลายวัน

สรุปคำแก้ตัว : ลด งานรื่นเริง” เพราะ คนกำลังเดือดร้อน เอาเงินที่จัดไปช่วยน้ำท่วม ก็ทำโดยสุจริต

ข้อสังเกต : กำลังส่งสัญญานว่า กูจะทำให้เท่านี้ กูตัดเลิกเสียเมื่อไรก็ได้ เพราะมันเป็น แค่” งานรื่นเริง แล้ว กูก็ถามไปแล้วด้วย ไม่เห็นมีอะไร
(เพิ่มเติม…)


Merry Christmas


แกะรอยพันธุกรรม “จิรวัฒน์” แดงฮาร์ดคอร์ ตอกย้ำขบวนการปฏิวัติซุ่มซ่อนรอคอยโอกาส

โดย: สำนักข่าว T-News

แม้ว่าร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี จะนำเอาคนสวนมายืนยันกรณีที่บังเอิญเป็นคนหน้าเหมือนนายจิรวัฒน์ จันทร์เพ็ง ผู้ต้องหาลอบวางระเบิด 3 จุด  หากแต่ประเด็นสำคัญของเรื่องนั้นไม่ได้อยู่ที่เรื่องนี้
แต่เป็นเรื่องที่สังคมต้องร่วมกันตั้งคำถามอย่างหนักว่าเป้าหมายของนายจิรวัฒน์นั้นคืออะไร และมีใครอีกบ้างที่อยู่ในกลุ่มร่วมขบวนการ
รายงานข่าวของหนังสือพิมพ์ข่าวสดระบุว่า  นายจิรวัฒน์ เคยร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง โดยทำหน้าที่เป็นการ์ด และมีญาติพี่น้องถูกยิงเสียชีวิตเมื่อเดือนพ.ค. 2553 ที่ผ่านมาพยายามเรียกร้องไปยังแกนนำและผู้เกี่ยวข้องให้เร่งรัดคดีและช่วยเหลือ แต่ไม่ได้รับการตอบรับ จึงเป็นเหตุให้เกิดความแค้นจึงมาก่อเหตุดังกล่าว นอกจากนี้ยังพบว่าเมื่อเร็วๆ นี้ นายจิรวัฒน์เคยบุกไปที่กัมพูชาเพื่อขอเข้าพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมด้วย  (เพิ่มเติม…)


ในอเมริกาเอง มีการคุ้มครองประธานาธิบดีไม่ให้ใครหมิ่นเหมือนกัน

ที่มา: http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9540000160384

ย้อน รอย 2 คดีดัง ปมคำถามอเมริกาดินแดนแห่งเสรีภาพจริงหรือไม่ เมื่อหนุ่มมะกันเขียนบทกวีข่มขู่ “โอบามา” เจอคุก 33 เดือน ขณะที่เด็กวัยรุ่นอังกฤษส่งอีเมล์ไปยังทำเนียบขาวตอนเมา เรียกประธานาธิบดีเป็นอวัยวะเพศชาย ถูกห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ ตลอดชีวิต

ขณะที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาพยายามแสดงความเห็นห่วงต่อการดำเนินคดีผู้ กระทำผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในไทย ในทำนองที่ว่าเป็นการกำจัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และอ้างว่ารัฐบาลสหรัฐสนับสนุนให้มีเสรีภาพในการแสดงออกในทุกประเทศทั่วโลก และถือว่าเสรีภาพนี้เป็นสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ นั้น แต่ในสหรัฐอเมริกาเอง ก็มีกฎหมายที่เอาผิดกับคนที่ดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายต่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ เช่นกัน โดยมีกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งศาลในมลรัฐเคนตักกีได้สั่งจำคุกผู้ที่เขียนบทกวีข่มขู่นายบารัก โอบามาเป็นเวลาถึง 33 เดือน มากกว่ากรณีนายโจ กอร์ดอน ที่ถูกตัดสินจำคุกในไทยตามมาตรา 112 ด้วยซ้ำ

คดีดังกล่าว ศาลในเมืองหลุยส์วิลล์ มลรัฐเคนตักกี ได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2553 ให้จำคุกนายจอห์นนี่ โลแกน สเปนเซอร์ ชาวเมืองหลุยส์วิลล์ วัย 28 ปี เป็นเวลา 33 เดือน ด้วยข้อหาข่มขู่นายบารัก โอบามา กรณีที่นายสเปนเซอร์ได้เขียนบทกวี 16 บรรทัด ซึ่งมีเนื้อหาบรรยายถึงการใช้ปืนสไนเปอร์ลอบยิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ขึ้นบนเว็บไซต์แห่งหนึ่ง

สื่อต่างประเทศรายงานว่า นายสเปนเซอร์ได้กล่าวคำขอโทษต่อกรณีที่เขาได้เขียนบทกวีดังกล่าว และให้การว่า ขณะที่เขาเขียนบทกวีนั้น เป็นช่วงที่เขาอยู่ในภาวะโศกเศร้าเพราะการเสียชีวิตของมารดาและได้เข้าไป อยู่ในกลุ่มเชิดชูคนผิวขาว (white supremacist) ซึ่งช่วยให้เขาเลิกยาเสพติดได้

ผู้พิพากษาโจเซฟ เอ็ช.แม็กคินลีย์ จูเนียร์ ได้ตัดสินว่าบทกวีของนายสเปนเซอร์คือสิ่งที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งยวด จึงถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 33 เดือน และจะถูกคุมประพฤติอีก 3 ปีหลังพ้นโทษจำคุกแล้ว
(เพิ่มเติม…)


ปี’55ดุเดือด-มีคนตายอื้อ ระวัง’สงครามประชาชน’ ‘ดวงปู’จอด..ไม่ต้องแจว ให้รอนารีขี่ม้าขาวตัวจริง

หมอนิด
ราวเดือนพ.ค. 2554 ที่ผ่านมา “ไทยอินไซเดอร์” เสนอคำสัมภาษณ์ของ “หมอดูการเมืองคนหนึ่ง”ที่ทำนายดวงการเมืองไว้น่าสนใจ โดยระบุไว้ว่า “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” จะไม่ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่ “เนวิน ชิดชอบ” ก็ดวงไม่ดี ทั้ง “อภิสิทธิ์-เนวิน” จะเป็นฝ่ายค้าน…ขณะที่ “พรรคเพื่อไทย” จะได้เป็นรัฐบาล แต่ก็จะเกิด “หายนะ”…เช่นกัน
มาวันนี้ “หลายสิ่ง” ได้เกิดขึ้นแล้ว แต่ “อีกหลายสิ่ง” ก็ยังไม่เกิด “เรา” จึงขอนำไปสนทนากับ “เขา” อีกครั้ง…กับ “หมอนิด-กิจจา ทวีกุลกิจ” เพื่อให้เขาได้ทำนายถึง “ดวงเมือง-ดวงผู้นำ” ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป โดยเฉพาะในปี 2555 ที่ว่ากันว่า “จะร้อนแรง…” เพราะรอบนี้มีการทำนายถึง “ดวงชะตา” ของ “ใครหลายคน” ที่น่าสนใจ ถือเป็น “ฐานข้อมูล” เบื้องต้น…สำหรับการเตรียมพร้อม…เพราะ “เรื่องแบบนี้…ไม่เชื่ออย่าลบหลู่”Q : ดวงเมืองประเทศไทยกับสถานการณ์น้ำท่วมเป็นอย่างไรA : การที่เมืองไทยเจออุทกภัยใหญ่ครั้งนี้ทำให้เกิดความเสียหายครั้งใหญ่มาก ผมคิดว่า…ถ้าผู้นำที่ดวงดีจะไม่เจอ ยังโชคดีของอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์) ที่ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าเป็นก็คงโดนเล่นงานกันถ้วนหน้า ตอนนี้เสื้อแดงเงียบไป เพราะน้ำท่วมปากอยู่ (เพิ่มเติม…)


วิปริต (เจิมศักดิ์ขอคิดด้วยฅน)

เหตุบ้านการเมืองยามนี้ มีสิ่งวิปริต ผิดปกติ แปรปรวน จากสภาพที่ควรจะเป็นมากมาย

1) เอาพริตตี้มาเป็นผู้บริหารประเทศ

นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้รับโอกาสให้แสดงความรู้ความสามารถ และปรากฏผลการทำงานออกมาชัดเจนแล้วว่า “เอาไม่อยู่” ไม่ว่าจะในเรื่องความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ทั้งการมองไปข้างหน้า การเข้าใจโลก เข้าใจประเทศ เข้าใจสังคม ล้วนแต่ไม่น่าเชื่อถือ ไม่น่าไว้วางใจให้รับผิดชอบ บ้านเมืองในฐานะผู้บริหารสูงสุดของประเทศต่อไป น่าเสียดายว่า คนไทยที่มีความสามารถมากกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีมากมาย เป็นแสนหรือเป็นล้านคน แต่วิปริตแท้ๆ หรือเป็นความโชคร้ายอะไรหนอ ทำให้ประเทศนี้ได้คนที่ไม่มีความสามารถขึ้นมานำพาประเทศไทย
ระบบการคัดสรรคนเข้าสู่อำนาจบ้านเมืองคง จะต้องมีความผิดปกติ หรือมีความวิปริต
ระบบการเลือกตั้ง ระบบการซื้อเสียง ระบบการซื้อสส. ระบบการเล่นพรรคเล่นพวก ระบบการเอาชนะคะคานทางการเมือง โดยไม่ได้ดูความเหมาะสมต่อภาพรวม ของประเทศชาติส่วนรวม
เหมือนกับเอาพริตตี้ เอาคน แต่งหน้าทำผม เขียนปาก ทาตา เลือกเสื้อผ้า กระเป๋าถือ แต่งตัวไม่ซ้ำแต่ละวันแต่เรื่องงานราชการแผ่นดิน กลับทำตัวไม่รู้เรื่อง พอเรื่องอะไรก็ตามที่กระทบต่อส่วนรวมกลับบอกปัด หลบเลี่ยง อ้างไม่รู้เรื่อง เช่น จะออก พ.ร.ฎ.อภัยโทษ ก็บอกว่า กลับไม่ทัน ไม่รู้เรื่อง เป็นเรื่องของคนอื่นทำ
เรื่องนิรโทษกรรม ก็บอกไม่รู้เรื่อง เป็นเรื่องคนอื่น ทุกเรื่องไม่รู้เรื่อง เป็นเรื่องของคนอื่น
ทั้งๆ ที่ คนเป็นนายกรัฐมนตรี มีสิทธิในการมอบอำนาจ มอบหมายให้คนที่มีหน้าที่ทำแทนได้ แต่ ย่อมไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้จะโยนความรับผิดชอบ หรือปัดความรับผิดชอบให้พ้นตัว ทำไม่ได้ หนทางเดียวที่จะปรับสภาพบ้านเมืองให้พ้นจากความวิปริตอันนี้ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ควรจะปรับตัวเองออกจาก ครม.ชุดใหม่โดยเร็วที่สุด

(เพิ่มเติม…)


เสื้อแดงกระอัก !..เจอชาวบ้านให้ทำประชาคมก่อนตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง

เชียงราย – คนเสื้อแดงยังจัดกิจกรรมช่วย “อากง” คนถูกศาลตัดสินหมิ่นเบื้องสูง แถมบอกกันหน้าตาเฉย “แม้ว” ทำประชาธิปไตยกินได้ ทำให้ชาวบ้านได้เพิ่มอีก 2 อย่างจากเดิมที่มีแต่ปัจจัยสี่ ทั้งโทรศัพท์มือถือ-คอมพิวเตอร์ แต่พอยกขบวนไปเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงที่ “ป่าแดด” เจอกำนัน-ผญบ.ถามกลับทำประชาคมหรือยัง จนต้องยกเลิกกลางคัน
รายงานข่าวจากจังหวัดเชียงรายแจ้งว่า กลุ่มคนเสื้อแดงใน จ.เชียงราย นำโดยนายธวัชชัย ทองนาค นายอรรถกร กันทไชย นายถวัล หรือวีระ ชมพูวิเศษ นายชูกิจ สุวรรณประชา แกนนำกลุ่มคนเชียงรายรักประชาธิปไตย นายธนิต บุญญนสินิเกษม แกนนำกลุ่มพลังมวลชนเชียงราย และนางเพ็ญศิริ ณรงค์แสง แกนนำกลุ่มแม่ลาวรักประชาธิปไตย พร้อมด้วยมวลชนจำนวนประมาณ 20 คน ได้พากันไปชุมนุมกันที่หน้าเวทีกาดเจียงฮายรำลึก บริเวณสวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนธนาลัย อ.เมือง จ.เชียงราย ค่ำวันที่ 18 ธ.ค.54 ที่ผ่านมา เพื่อแสดงพลังไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลในคดีที่นายอำพล ตั้งนพคุณ หรืออากง คนเสื้อแดงระดับฮาร์ดคอล้มเจ้า ซึ่งถูกศาลอาญาตัดสินให้จำคุกเป็นเวลา 20 ปี ในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 หลังจากทำผิดด้วยการส่งข้อความที่มีเนื้อหาหมิ่นเบื้องสูง
โดยกลุ่มคนเสื้อแดงกลุ่มนี้ได้เปิดเพลงเสื้อแดงเพื่อปลุกใจ จัดแสดงแผ่นป้าย “8 อัปลักษณะกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” รวมทั้งเขียนตัวหนังสือลงบนผ่ามือ และหน้ากากอนามัย รวมทั้งจัดทำโคมลอยพร้อมเขียนข้อความว่าไม่เห็นด้วยกับมาตรา 112 นอกจากนี้มีการวางโคมลอยเป็นรูปตัวอักษรอ่านว่า “อากง 112” และช่วยกันปล่อยโคมลอยทั้งหมดขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนจะแยกย้ายกันกลับ
วันเดียวกันกลุ่มคนเสื้อแดงอีกกลุ่มนำโดยนายสมชัย แสงทอง แกนนำกลุ่มเสียงประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้นำคณะแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่เดินสายเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงทั่วประเทศ นำโดยนายอานนท์ แสนน่าน เลขาธิการสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตย แห่งประเทศไทย และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง จ.อุดรธานี นายดาชัย อุชุโกศลการ รองประธานสมาพันธ์ฯภาคเหนือ และเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ลำปาง และนางดารณี กฤตบุญญาลัย ฯลฯ ทำการเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงเพิ่มเติมจากที่เคยเปิดอยู่บ่อยครั้ง

เพื่อไทย เพื่อทักษิณ คืนพาสปอร์ตนักโทษอาญา กลืนน้ำลาย… ไหนว่าไม่ทำเพื่อใครคนเดียว?

ที่มา: สำนักข่าว T-News

เป็นประเด็นร้อนที่ต้องหยิบมาแจกแจงอย่างละเอียดให้เห็นถึงพฤติกรรมของนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีต่างประเทศว่าด้วยความพยายามอาศัยช่องว่างทางกฎหมายช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จากกรณีที่(เพิ่ง)ออกมายอมรับว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่าได้ออกหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่เรียบร้อย ขณะที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็เช่นเดิมทำนองไม่รู้ไม่ชี้?!?
ขั้นตอนการออกหนังสือเดินทางให้กับพ.ต.ท.ทักษิณในครั้งนี้ เริ่มจากพ.ต.ท.ทักษิณยื่นคำร้องขอพาสปอร์ตทั่วไปต่อสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา

จากนั้นสถานทูตได้ส่งเรื่องมายังกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงจึงขอนโยบายจากรัฐมนตรีว่าการ ซึ่งตัวของนายสุรพงษ์ได้พิจารณาตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ เห็นว่า ไม่มีหน่วยงานใดเคยทำเรื่องให้ปฏิเสธ หรือยับยั้งการขอมีหนังสือเดินทางของพ.ต.ท.ทักษิณ มายังกระทรวงการต่างประเทศตามระเบียบ ข้อ 21 (2) และ (3)

(2) บัญญัติว่า เมื่อได้รับแจ้งว่าผู้ร้องเป็นผู้ซึ่งกำลังรับโทษในคดีอาญา หรืออยู่ระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราว หรือเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ได้มีการออกหมายจับไว้แล้ว ซึ่งศาลหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเห็นว่าไม่ควรจะออกหนังสือเดินทางให้

(3) บัญญัติว่า เมื่อผู้ร้องเป็นผู้ที่ศาลหรือเจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายอื่นสั่งห้ามไม่ให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร

(4) บัญญัติว่า เมื่อผู้ร้องกระทำผิดกฎหมายหรือระเบียบปฏิบัติทางราชการ ซึ่งขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือปิดบังความจริงอันเป็นสาระสำคัญ หรือแสดงเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จในการขอหนังสือเดินทาง หรือไม่อยู่ในฐานะที่จะเดินทางไปต่างประเทศได้ หรือหากเดินทางออกนอกราชอาณาจักร จะเป็นภัยต่อสวัสดิภาพของผู้เดินทางเอง หรือกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงปลอดภัย หรือชื่อเสียงและเกียรติภูมิของประเทศไทย

(เพิ่มเติม…)