คำเตือน: บล็อกนี้ไม่เหมาะสำหรับคนรักทักษิณ

ธรรมชาติของเป็ด คือตดทางปาก

โดยทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ 12 ธันวาคม 2554

เฉลิม เชื่อคดีสังหารคนสนิท อี้ ปมขัดแย้งส่วนตัว ไม่น่าเอี่ยวการเมือง

”ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” รองนายกฯ คาด คดีสังหารคนสนิท ”แทนคุณ จิตต์อิสระ” ปมขัดแย้งส่วนตัว ไม่น่าเอี่ยวการเมือง…เมื่อ เวลา 09.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการลอบสังหารนายชุติเดช สุวรรณกิจ อดีตผู้สมัคร ส.ก.ดอนเมือง คนสนิทนายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีตผู้สมัคร ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ว่า ได้คุยกับทางตำรวจ และเขาได้แบ่งเป็น 2 ประเด็น คือ 1. ความขัดแย้งผลประโยชน์ส่วนตัว และ 2. เรื่องการเมือง ตนได้บอกว่าให้ดูประเด็นให้รอบคอบ เพราะบางครั้งมันมีมือที่สามก่อให้เกิดความเข้าใจผิด แต่เรื่องนี้คาดว่าไม่น่ายากต่อการจับกุม ในฐานะที่ตนเป็นพนักงานสอบสวนเก่า รูปแบบการยิงในคดีนี้ เป็นแบบเจ็บแค้นชิงชัง โกรธเคืองส่วนตัว ถ้าทางการเมืองก็แค่ยิงให้ตาย ถ้ายิงแบบโหดร้ายทารุณ ยิงปาก อะไรต่ออะไร เหตุจะเกิดจากอะไรตนไม่ทราบ ตำรวจกำลังทำงานอยู่ ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้พูดคุยเรื่องนี้กับนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ได้คุย แต่สำหรับเรื่องนี้ ตรงไปตรงมา ใครทำผิดก็ต้องจับ เพราะสังคมวันนี้ปกปิดไม่ได้หรอก อย่าไปคิดว่าเป็นรัฐบาลจะทำอะไรได้ตามใจชอบ เห็นไหม อย่างกรณีคดี 91 ศพ ถึงเวลาก็มาตามวัฏจักร ตนไม่เอาด้วยเด็ดขาด เมื่อถามว่า ขณะนี้ได้มีการดูแลเกี่ยวกับซุ้มมือปืนหรือไม่ และเกรงจะเกิดเหตุแบบนี้ซ้ำอีกหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ซุ้มมือปืนมันมีและมันก็เลิก แต่เวลาจะปฏิบัติการ และได้รับการว่าจ้าง มันก็ผสมผสานกำลัง เมื่อเราปราบได้ มันหายไป แต่มันก็กลับมาใหม่ เพราะคนชั่วไม่เคยคิดทำดีแจง 4 กลุ่มตัวการ วางบึมกองสลากฯ มือสังหาร เสธ.แดง เป็นตำรวจร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมพร้อมดูแลเหตุการณ์ต่างๆในช่วงเทศกาลปีใหม่ ว่า ตนได้คุยกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เยอะ ตอนนี้ต้องเฝ้าระมัดระวัง ต้องเอา 10 จุด ในเหตุการณ์ปีใหม่ 2550 มาเป็นตัวตั้ง และดูลักษณะการวางระเบิด ชนิดระเบิด สถานที่ เป้าหมายที่เขาต้องการ ตนถามตำรวจว่า สอบสวนสืบสวนไปถึงไหนแล้ว ซึ่งเขาได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมา 7 คน แต่สอบอย่างไรก็ไม่ได้ผลเพิ่ม แปลว่าชุดนั้นไม่ใช่ เดิมเข้าใจว่าเป็นอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่ใช่พวกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) แต่ตนบอกเขาว่า ไอ้ คมช. มันขัดใจกันเอง เลยวางระเบิดก่อสถานการณ์ แต่คราวนี้เหตุการณ์ที่หน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มันมีกลุ่มคน 4 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มที่เคลื่อนไหวประจำ 2. กลุ่มสูญเสียอำนาจ 3. กลุ่มตำรวจที่เคยผูกพันกับพรรคการเมืองบางพรรค และใส่ชุดดำไปไล่ยิงชาวบ้าน พอยิงเสร็จ ก็เปลี่ยนจากชุดดำมาเป็นชุดตำรวจ และ 4. กลุ่มนักการเมือง ซึ่งทั้ง 4 กลุ่มนี้ มันอกหักพร้อมกันมันเลยทำ “ไอ้อ้วน บัวใหญ่” ที่ถูกยิง ผมเป็นคนชี้เบาะแสเอง เพราะได้ไปหาเสียงที่ จ.นครราชสีมา ผมรู้ นายพันขับรถลูกน้องคนยิง นายพลสั่งการใหญ่กว่านั้นรับรู้ แต่ว่าบางทีหลักฐานมันไม่ถึง ที่ผมพูดก็เพราะไม่อยากให้พวกเขาคิดทำ บ้านเมืองจะได้สงบ คุณทำทำไม พวกคุณหลายคนทำ แล้วเวลาเกิดปฏิวัติ คุณก็ไม่ได้ดี แล้วคุณก็มาด่าคณะปฏิวัติ วันนี้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งโดยถูกต้องชอบธรรม อย่าทำเลย ผมจะต้องไปนั่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วงใกล้ปีใหม่ จะไปเป็นฝ่ายอำนวยการร่วม ต้องตามจับให้ได้”ส่วนการดูแลบ้านเมือง ช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่นั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เข้มข้น ตรวจตรา เอากำลังพลทุกภาคส่วนมาบูรณาการ และตนไปกำกับเอง เพราะตนรู้ว่าอะไรจะเกิด สิ่งที่ตนรู้ก็ไม่ค่อยผิด “ขอย้ำอีกครั้งว่า ไอ้ชายชุดดำที่มีคนชอบอ้าง คือตำรวจ แล้วใส่ชุดดำ ลูกสาว เสธ.แดง (น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย) ไม่เชื่อก็แล้วไป คนยิง เสธ.แดง (พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล) คือตำรวจ ผมกำลังจะทำเรื่องนี้ต่อ อายุความ 20 ปี มีตำรวจมาจากภาคอีสาน ยศนายพล ผู้กำกับ พ.ต.ท. ชั้นประทวน และมีตำรวจส่วนกลางยศ พล.ต.ท. ตอนออกมาให้สัมภาษณ์เป็นการวางแผนล่อ เสธ.แดงให้ออกมาเข้าคิลลิ่งโซน แล้วยิงด้วยสไนเปอร์ แล้วที่ไหนมันมีสไนเปอร์บ้าง ผมรู้ ที่ผมออกมาชี้เบาะแส ก็หวังให้บ้านเมืองมันดีขึ้น อย่างน้อยๆมันก็จะได้ไม่คิดชั่ว โดยเฉพาะไอ้พาร์กินสัน คนแก่ชอบเด็ก กลางวันไปกินข้าวที่บ้านแห่งหนึ่งแถวสุขุมวิท เป็นอดีตข้าราชการค่อนข้างสูงหน่อย และมีไอ้นักพูด พูดจนไม่มีคนฟัง เป็นตัวผสมโรง พยายามยุแยงตะแคงรั่ว พอตกเย็นก็มาทานข้าวที่โรงแรมดุสิตธานี ห้องเมลฟลาวเวอร์ ไปปรับทุกข์ผูกมิตรกันตรงนั้น บนโต๊ะก็ต้องด่าผมเป็นตัวตั้ง หาว่ารู้ทัน ก็มันรู้กันอยู่ ที่ผมพูดไม่ได้ข่มขู่ แต่ขอร้องเถอะอย่าทำเลย ก็คุณทำจนปฏิวัติไปครั้งหนึ่งแล้ว เขาก็ไม่ให้คุณเป็นอะไร แล้วพอเขาไม่ให้คุณเป็นอะไร คุณก็ไปด่าเขาในสภาอีก แต่งานนี้คุณพยายามทำผิด ผมก็พยายามจับ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวเมื่อถามว่า กรณีที่ระบุว่าชายชุดดำเป็นตำรวจ แสดงว่ามีหลักฐานที่จะดำเนินเอาผิดใช่หรือไม่ รอง    นายกฯ กล่าวว่า หลักการสืบสวนมีอยู่ ว่าชายชุดดำเป็นตำรวจที่จัดตั้งโดยนักการเมืองกลุ่มหนึ่ง ง่ายๆคือช่วงนั้น เขาสกรีนพื้นที่หมด แล้วชายชุดดำเข้าไปได้อย่างไร ตนอยากให้หูตาสว่าง ใครจะด่าตนก็ช่าง ถ้าตนไม่พร้อมพอ ก็ไม่กล้าพูดเรื่องนี้ ไอ้นักการเมืองคนนี้ ที่มันจัดตั้งตำรวจจริงๆเป็นสีกากี เสือกมาใส่ชุดดำ มันก็เอากับเขาด้วย ยศสูงพอสมควร กลุ่มนี้ไปยิงที่พัทยามาครั้งหนึ่งแล้ว ถ้าโชคช่วยได้หลักฐานมาหน่อย จะจับให้ดู ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ผอ.ศอฉ.บอกว่า ตนตาบอด ไม่เห็นชายชุดดำนั้น ตนตาบอดสี เพราะมันเดี๋ยวดำ เดี๋ยวก็กากี เมื่อถามว่า จะได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบสวนเรื่องนี้หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องได้รับ ตำรวจเขาไม่ชั่วหมดหรอก มีนิดๆเท่านั้นที่ไม่ดี และวันนี้ต้องไปสวดมนต์ไหว้พระกันทั้งนั้น เมื่อตนเปิดประเด็น ตำรวจมันรู้กันทั้งนั้นว่าใครเป็นใคร “แหม ขี่ฮาร์เลย์พาคนนั้นคนนี้ เสือกไปแต่งชุดดำตอนขี่ฮาร์เลย์ให้ผู้ใหญ่นั่ง ในทำเนียบนี่แหละ มีครบ ขอย้ำอีกครั้งว่า เป็นนายพลมาจากภาคอีสาน เดิมเป็น ร.ต.ต.อยู่บุรีรัมย์ หลังจากนั้นก็มีผู้กำกับแถวๆอีสาน วันนี้ก็เปิดตัวมาคนหนึ่งเป็นรองผู้บัญชาการ เติบโตมาอีกก็ใหญ่โตกว่านั้น ไอ้กลุ่มนี้แหละ ยิง เสธ.แดง มันเป็นพวกชุดดำ เดี๋ยวเดียว แป๊บๆก็เป็นสีกากี” รองนายกฯ กล่าว “ที่ผมอยากจะทำให้บ้านเมืองมันดีขึ้น เพราะผมอยากเล่นการเมืองครั้งสุดท้าย ไม่ได้ไปตายไปอะไร มันเหนื่อยละ 64 ปี ไปตรวจร่างกายมาฟิตปั๋ง มีหูอย่างเดียวที่ยังดับ หูดับดีใจนะ เมียบ่นไม่ได้ยิน เอาหูซ้ายรับฟังอย่างเดียว” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

———–

ชอบที่มันบอกว่า “คนชั่วไม่เคยทำดี” คงหมายถึงนายใหญ่มัน

การแสดงความเห็นถูกปิด