คำเตือน: บล็อกนี้ไม่เหมาะสำหรับคนรักทักษิณ

ในอเมริกาเอง มีการคุ้มครองประธานาธิบดีไม่ให้ใครหมิ่นเหมือนกัน

ที่มา: http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9540000160384

ย้อน รอย 2 คดีดัง ปมคำถามอเมริกาดินแดนแห่งเสรีภาพจริงหรือไม่ เมื่อหนุ่มมะกันเขียนบทกวีข่มขู่ “โอบามา” เจอคุก 33 เดือน ขณะที่เด็กวัยรุ่นอังกฤษส่งอีเมล์ไปยังทำเนียบขาวตอนเมา เรียกประธานาธิบดีเป็นอวัยวะเพศชาย ถูกห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ ตลอดชีวิต

ขณะที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาพยายามแสดงความเห็นห่วงต่อการดำเนินคดีผู้ กระทำผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในไทย ในทำนองที่ว่าเป็นการกำจัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และอ้างว่ารัฐบาลสหรัฐสนับสนุนให้มีเสรีภาพในการแสดงออกในทุกประเทศทั่วโลก และถือว่าเสรีภาพนี้เป็นสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ นั้น แต่ในสหรัฐอเมริกาเอง ก็มีกฎหมายที่เอาผิดกับคนที่ดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายต่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ เช่นกัน โดยมีกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งศาลในมลรัฐเคนตักกีได้สั่งจำคุกผู้ที่เขียนบทกวีข่มขู่นายบารัก โอบามาเป็นเวลาถึง 33 เดือน มากกว่ากรณีนายโจ กอร์ดอน ที่ถูกตัดสินจำคุกในไทยตามมาตรา 112 ด้วยซ้ำ

คดีดังกล่าว ศาลในเมืองหลุยส์วิลล์ มลรัฐเคนตักกี ได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2553 ให้จำคุกนายจอห์นนี่ โลแกน สเปนเซอร์ ชาวเมืองหลุยส์วิลล์ วัย 28 ปี เป็นเวลา 33 เดือน ด้วยข้อหาข่มขู่นายบารัก โอบามา กรณีที่นายสเปนเซอร์ได้เขียนบทกวี 16 บรรทัด ซึ่งมีเนื้อหาบรรยายถึงการใช้ปืนสไนเปอร์ลอบยิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ขึ้นบนเว็บไซต์แห่งหนึ่ง

สื่อต่างประเทศรายงานว่า นายสเปนเซอร์ได้กล่าวคำขอโทษต่อกรณีที่เขาได้เขียนบทกวีดังกล่าว และให้การว่า ขณะที่เขาเขียนบทกวีนั้น เป็นช่วงที่เขาอยู่ในภาวะโศกเศร้าเพราะการเสียชีวิตของมารดาและได้เข้าไป อยู่ในกลุ่มเชิดชูคนผิวขาว (white supremacist) ซึ่งช่วยให้เขาเลิกยาเสพติดได้

ผู้พิพากษาโจเซฟ เอ็ช.แม็กคินลีย์ จูเนียร์ ได้ตัดสินว่าบทกวีของนายสเปนเซอร์คือสิ่งที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งยวด จึงถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 33 เดือน และจะถูกคุมประพฤติอีก 3 ปีหลังพ้นโทษจำคุกแล้ว

สำหรับบทกวีของนายสเปนเซอร์ที่ชื่อ“สไนเปอร์”นั้นเคยถูกโพสต์ขึ้น เว็บไซต์ NewSaxon.org ของกลุ่ม white supremacist ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มนาซีใหม่ เมื่อปี 2550 และถูกโพสต์ขึ้นอีกครั้งในปี 2552 หลังจากนายโอบามาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแล้ว ซึ่งจากการติดตามของหน่วยสืบราชการลับของสหรัฐฯ ทำให้สามารถจับกุมตัวนายสเปนเซอร์ได้เมื่อต้นปี 2553

โดยบทกวีดังกล่าว ได้พรรณาว่ามือปืนได้สาดกระสุนปลิดชีวิต “ทรราช” ซึ่งต่อมาได้ระบุชัดเจนว่าเป็นประธานาธิบดี ทำให้เขาถูกตั้งข้อหาจากรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ว่า กระทำการข่มขู่ประธานาธิบดีและข่มขู่เอาชีวิตหรือทำร้ายร่างกายผู้เข้าชิง ตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งข้อหาข่มขู่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นั้น ถือเป็นข้อหาร้ายแรงมีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี และปรับสูงสุด 250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 7,500,000 บาท (เจ็ดล้านห้าแสนบาท)

คดีนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกหรือไม่ โดยฝ่ายที่ปกป้องนายสเปนเซอร์ให้เหตุผลว่า ข้อความในบทกวีของนายสเปนเซอร์เพียงแค่แสดงความไม่พอใจเท่านั้น ขณะที่ฝ่ายอัยการระบุว่าข้อความที่ว่า “คนผิวดำต้องตาย” (DIE negro DIE) นั้น เพียงพอแล้วที่จะยกเลิกการให้เสรีภาพในการพูดแก่นายสเปนเซอร์

บทกวี “THE SNIPER” โดย Johnny Spencer

“As the tyrant enters his cross hairs the breath he takes is deep
His focus is square on the target as he begins to release
A patriot for his people he knows this shot will cost his life
But for his race and their existence it is a small sacrifice
The bullet that he has chambered is one of the purest pride
And the inspiration on the casing reads DIE negro DIE
He breathes out as he pulls the trigger releasing all his hate
And a smile appears upon his face as he seals that monkey’s fate.

The bullet screams toward its mark bringing with it death
And where there was once a face there is nothing left
Two blood covered agents stare in horror and dismay
Looking down toward the ground where their president now lay
Now the screams of one old negro broad pierces thru the air
Setting off panic from every eyewitness that was there
And among all the confusion the hero calmly slips away
Laughing for he knows there will be another negro holiday”

ลิงก์อ้างอิง
-http://www.huffingtonpost.com/2010/12/06/johnny-logan-spencer-obama-threat_n_792894.html
-http://whitereference.blogspot.com/2010/02/johnny-logan-spencer-latest-thought.html
-http://www.newser.com/story/81371/man-charged-with-threatening-obama-in-web-poem.html
-http://articles.businessinsider.com/2010-02-20/law_review/29977646_1_social-networking-supremacists-pazienza#ixzz1giFCKtcM
-http://www.hillbillyreport.org/diary/1201/johnny-logan-spencer-jr-louisville-ky-arrested-for-threatening-barack-obama-with-poem-the-sniper

ด่า “โอบามา”โดนห้ามเข้าสหรัฐฯ ตลอดชีพ

นอกจากกรณีจำคุกคนเขียนบทกวีแล้ว ยังมีกรณีที่วัยรุ่นชาวอังกฤษถูกห้ามเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาตลอด ชีวิต หลังจากเรียกนายโอบามาเป็นอวัยวะเพศชาย

ทั้งนี้ สื่อมวลชนของอังกฤษได้รายงานเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2553 ว่า นายลุก แองเจล อายุ 17 ปี ชาวเมืองซิลโซ ในเบดฟอร์ดเชียร์ ได้ส่งอีเมล์ไปยังทำเนียบขาว หลังจากที่เขาได้ดูรายการทีวีเกี่ยวกับเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายโจมตีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544 พร้อมกับเรียกนายโอบามาในอีเมล์นั้นว่า “a prick” ซึ่งเป็นศัพท์สแลงมีความหมายถึงอวัยวะเพศชาย

อีเมล์ดังกล่าวถูกสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ ดักตรวจได้ จึงส่งข้อมูลให้ตำรวจอังกฤษทำการสืบสวนสอบสวนต่อและสามารถระบุตัวคนส่งอี เมล์ได้ แม้ว่าจะไม่มีการดำเนินคดีกับเด็กวัยรุ่นชาวอังกฤษคนนี้ แต่เขาก็ถูกขึ้นบัญชีดำเป็นบุคคลต้องห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ

ซาราห์ วิลคินสัน โฆษกสำนักงานตำรวจเบดฟอร์ดเชียร์ บอกว่า อีเมล์ดังกล่าวเต็มไปด้วยภาษาที่ไม่เหมาะสมและข่มขู่คุกคามจำนวนมาก อย่างไรก็ตามเธอบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของเด็กคนหนึ่งที่ทำอะไรโง่ๆ เท่านั้น

ขณะที่นายแองเจลยอมรับว่าได้ส่งอีเมล์ดังกล่าวออกไปขณะกำลังเมา และให้ปากคำต่อตำรวจว่า เขาจำไม่ได้ชัดเจนว่าได้เขียนอะไรลงไปบ้าง นอกจากนี้ยังให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเกี่ยวกับเรื่องที่เขาถูกห้าม เข้าสหรัฐฯ ว่า เขาไม่สนใจ แม้ว่าพ่อแม่เขาไม่ค่อยมีความสุขนักกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ลิงก์อ้างอิง
http://www.theweek.co.uk/people-news/11611/british-boy-gets-us-ban-calling-obama-%E2%80%98prick%E2%80%99#ixzz1gVZWRYdt

ช่วยกันเขียนประท้วงได้ที่ : http://www.facebook.com/usembassybkk

การแสดงความเห็นถูกปิด