คำเตือน: บล็อกนี้ไม่เหมาะสำหรับคนรักทักษิณ

ย้อนรอยคณะราษฎร ความจริงใช่ว่าจะรักชาติทุกคน

โดยสำนักข่าว T-News

—————————————-

การที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติหรือนปช. ได้ยกเอาคณะราษฎร ขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ถึงขนาดที่มีคนอยู่กลุ่มหนึ่งได้ปวารณาตัวเองขึ้นมาเป็นคระราษฎรชุดที่ 2 เพื่ออ้างถึงการสานต่อภารกิจประชาธิปไตย

ภาพของกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นคณะราษฎรที่ 2 ซึ่งได้มีการเคลื่อนไหวในช่วงบรรยากาศการครบรอบการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2555 ตอกย้ำถึงสัญลักษณ์การต่อสู้ ตามวิถีทางประชาธิปไตย คนกลุ่มนี้แต่งกายย้อนยุค ชุดคณะราษฎรปี 2475 ซึ่งแต่ละคนจำลองเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เช่น จอมพล ป.พิบูลย์ สงคราม พระยาพหลพยุหเสนา หลวงประดิษฐ์มนูธรรมหรือปรีดี พนมยงค์เป็นต้นหรือแม้กระทั่งภาพการแสดงละครของคนกลุ่มนี้ก็พยายามจำลองตัวเอง ในเชิงสัญลักษณ์คณะราษฎร ด้วยการเชิดชูให้เป็นต้นแบบของการพัฒนาประชาธิปไตยของไทยเพื่อให้ทุกท่านได้รับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคณะราษฎรอีกด้านหนึ่ง เราจะไปตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกที่ขาดตกไปจากการนำเสนอของฝ่ายคนเสื้อแดง

คณะราษฎร คือ กลุ่มบุคคลที่ดำเนินการการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 ยึดอำนาจจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของประเทศสยาม จากสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ

คณะราษฎรประกอบด้วยกลุ่มบุคคลผู้ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนและนักเรียนทหารที่ศึกษาและทำงานอยู่ในทวีป

กลุ่มผู้ก่อการได้ตั้งปณิธานในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เพื่อให้สยามบรรลุเป้าหมาย 6 ประการ คือ

  1. จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่น เอกราชในบ้านเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจของประเทศไว้ให้มั่นคง
  2. จะรักษาความปลอดภัยในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก
  3. จะต้องบำรุงความสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจไทย รัฐบาลใหม่ จะพยายามหางานให้ราษฎรทำโดยเต็มความสามารถ จะร่างโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
  4. จะต้องให้ราษฎรได้มีสิทธิเสมอภาคกัน
  5. จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก 4 ประการ ดังกล่าวแล้วข้างต้น
  6. จะต้องให้มีการศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร

การรวมตัวของคณะราษฎรในครั้งนั้น ต้องบอกว่าเป็นไปในลักษณะเฉพาะกิจ และยังเป็นการรวมตัวกันแบบหลวมๆ ทำให้เกิดการแย่งชิงอำนาจกันเองมาเป็นเวลากว่า 25 ปี คือตั้งแต่พ.ศ.2475 – 2500 และยังเป็นการสังเวยชีวิตของคนในชาติไปนับไม่ถ้วน

สมาชิกคณะราษฎรแบ่งเป็นสามสายคือ

  1. กลุ่มทหารเก่าที่มีกำลังอยู่บางส่วน หรือที่เรียกว่า 4 ทหารเสื้อก็คือพระยาพหลพลพยุหเสนา , พระยาทรงสุรเดช, พระยาฤทธิ์อัคเนย์,พระประศาสน์พิทยายุทธ
  2. กลุ่มทหารหนุ่มนำโดย หลวงพิบูลสงคราม หลวงสินธุสงคราม, หลวงศุภชลาศัย, หลวงสังวรยุทธกิจ,และหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์
  3. สายพลเรือน: หลวงประดิษฐ์มนูธรรม หรือนายปรีดี พนมยงค์, หลวงศิริราชไมตรี, หลวงโกวิทอภัยวงศ์ หรือนายควง อภัยวงศ์, นายแนบ พหลโยธิน, นายทวี บุณยเกตุ, และนายประยูร ภมรมนตรี

ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่คณะราษฎรเรืองอำนาจมีการแย่งชิงอำนาจกันเองอยู่บ่อยครั้ง อันเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าคณะราษฎรที่ฝ่ายคนเสื้อแดงพยายามกล่าวอ้างว่าเป็นแบบอย่างประชาธิปไตยนั้น แท้ที่จริงแล้ว ก็ไม่ได้มีความดีเลิศเหมือนกับที่มีการมโนภาพเอาไว้อย่างสวยงามและผู้ที่จะถ่ายทอดประสบการณ์เรื่องนี้ได้ดีที่สุดก็คือหนึ่งในคณะราษฎรฝ่ายพลเรือนก็คือนายปรีดี พนมยงศ์ ที่ให้สัมภาษณ์กับ บีบีซีเอาไว้ ถึงปัญหามากมายและบทเรียนอันไม่น่าจดจำของคณะราษฎร

พิจารณาจากแง่มุมทางประวัติศาสตร์แบบนี้แล้ว ก็จะเห็นความจริงตรงที่ว่า ไม่เสมอไปหากจะนำเอาคณะราษฎรมาเป็นแม่แบบของระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะพฤติการณ์การแย่งชิงอำนาจ ที่สร้างความเสียหายไม่น้อยต่อประเทศไทย    

การแสดงความเห็นถูกปิด