คำเตือน: บล็อกนี้ไม่เหมาะสำหรับคนรักทักษิณ

จะผลักดัน พรบ.ปรองดองไปทำไม ในเมื่อเสื้อแดงยังไม่พร้อมที่จะปรองดอง

‘แดงปทุมฯ’บุกเวทีปราศรัยปชป.

เสื้อแดงปทุมธานี 2-3 ร้อยคน บุกเข้าป่วนเวทีปราศรัยพรรคประชาธิปัตย์  ขณะที่ปชป.ชูปทุมธานีเป็นโมเดลสร้างสมานฉันท์

ข่าว คม-ชัด-ลึก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามพรรคประชาธิปัตย์ได้จัดเวทีปราศรัยเคลื่อนที่ไปตามพื้นที่ต่างๆ  และวันที่ 29 มิ.ย.นี้เวลา 18.00 น. ได้จัดงานราตรีสีฟ้าพรรคประชาธิปัตย์พบคนปทุมธานี โดยมีการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนจำนวน 200 โต๊ะ มีประชาชนมาร่วมงานกว่า 2,000 คน ที่บริเวณสนามภายในโรงเรียนชุมชนประชาธิปัตย์วิทยาคาร ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

ต่อมาเวลา 19.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคฯ นายกรณ์ จาติกวานิชย์ พร้อมด้วยสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาร่วมงานและขึ้นเวที ชี้แจงกับประชาชนในเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมและเรื่องการขอใช้สนามบินอู่ตะเภาของนาซ่า

ระหว่างนั้นได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนประมาณกว่า 200-300 คน ได้เดินทางมายังบริเวณหน้าโรงเรียนสถานที่จัดงานพร้อมทั้งใช้เครื่องขยายเสียงตะโกนขับไล่นายอภิสิทธิ์และกล่าวโจมตีด้วยถ้อยคำหยาบคาย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวนกว่า 50 คนคอยดูแลความสงบเรียบร้อย โดยการปิดประตูรั่วโรงเรียนไม่ยอมให้กลุ่มคนเสื้อแดงเข้าไปในสถานที่จัดงาน และมีรายงานว่าได้พังประตูเข้าไปได้

อย่างไรก็ตามจนกระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. นายอภิสิทธิ์  และคณะได้เดินทางกลับ โดยใช้ประตูทางออกทางด้านหลังโรงเรียน ส่วนกลุ่มเสื้อแดงยังคงปักหลักกล่าวโจมตีอยู่อีกประมาณ 15 นาที ก่อนจะสลายตัวกลับไปโดยไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใด

ปชป.ชูปทุมธานีเป็นโมเดลสร้างสมานฉันท์

ทั้งนี้การเปิดเวทีปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ดังกล่าวได้เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องอารียา โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต ชั้น 5 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยมีนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดการประชุม-สัมมนาเชิงปฏิบัติการ “รวมพลังสมัชชา ออกแบบประเทศไทย” โครงการพรรคประชาธิปัตย์พบประชาชนภาคกลาง ครั้งที่ 3/2555 โดยมี นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดร.เกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร(ส.ส)จังหวัดปทุมธานี เขต 5 ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 11 ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดปทุมธานี ประธานหอการค้าจังหวัดปทุมธานี นายกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี นายกสมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานี และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ในจังหวัดปทุมธานีร่วม 1000 คนสนใจมาร่วมประชุมเสวนาในครั้งนี้ด้วย

นายอลงกรณ์ พลบุตร ได้กล่าวเปิดงานว่า การจัดงานประชุมสัมมนาสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ในจังหวัดปทุมธานีนั้นเพื่อที่จะออกแบบนโยบายของพรรคซึ่งจะมีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลาทางพรรคประชาธิปัตย์จึงได้จัดประชุมสัมมนาตามจังหวัดต่างๆเพื่อนำข้อมูลมาเป็นฐานในการออกแบบพัฒนาประเทศในโอกาสต่อไป โดยการระดมสมองจากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดปทุมธานีเนื่องจากว่าจังหวัดปทุมธานีเป็นจังหวัดปริมณฑลใกล้กรุงเทพมหานครเพราะฉะนั้นรูปแบบหรือว่าโครงสร้างพื้นฐานถนนหนทางหรือคลองต่างๆก็จะใกล้เคียงกับกรุงเทพมหานคร ซึ่งทางด้านการศึกษา ทางด้านระบบเศรษฐกิจบริบทของจังหวัดปทุมธานีมีโอกาสที่จะเจริญก้าวหน้าพัฒนาให้เป็นเขตพื้นที่เศรษฐกิจอีกเพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองหลวง และปัจจุบันนี้กรุงเทพมหานครก็ค่อนข้างแออัดเพราะฉะนั้นจังหวัดที่อยู่รอบๆกรุงเทพมหานครก็คือจังหวัดปริมณฑลอย่างเช่นจังหวัดปทุมธานีเป็นต้น เพราะฉะนั้นวันนี้จึงมีประเด็นเสวนาขึ้นมาก็คือเรื่องประเด็นเศรษฐกิจกับการพัฒนาพื้นที่ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงกันระหว่างกรุงเทพมหานครกับจังหวัดปทุมธานี

ด้านนายอภิรักษ์ ได้กล่าวบนเวทีเสวนาว่า จังหวัดปทุมธานีถือว่าเป็นจังหวัดโมเดลในเรื่องของการสมานฉันท์เพราะคนปทุมธานีไม่แบ่งสีทุกคนชอบคนทำงานพัฒนาบ้านเมือง ดังนั้นในวันนี้จึงได้มีการจัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อร่วมกันระดมสมองในการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุก็คือการวางผังเมืองระหว่างอำเภอลำลูกกาจังหวัดปทุมธานีและสายไหม กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรอยต่อ เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ไขปัญหาระยะยาว โดยเฉพาะในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม ถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปา รวมไปถึงระบบขนส่งมวลชน และเรื่องมาตรการในการป้องกันน้ำท่วม เพราะฉะนั้นท่าเรามีการวางระบบผังเมืองที่ดีเรารู้ว่าจะมีการพัฒนาเมืองไปตรงไหนพื้นที่ไหนเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ไหนเป็นพื้นที่เส้นทางน้ำไหลพื้นที่ไหนมีระบบในเรื่องของระบบท่อระบบระบายน้ำเชื่อมโยงกับระบบประตูระบายน้ำของกรมชลประทานระบบประตูระบายน้ำของกรุงเทพมหานครแบบนี้จึงต้องมีการวางแผนร่วมกันในเรื่องของการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน

ส่วนด้าน ดร.เกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต 5 กล่าวว่า ด้วยกรุงเทพกับจังหวัดปทุมธานีควรที่จะเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมในระดับเดียวกัน และควรที่จะเป็นพื้นที่ที่มีโครงสร้างพื้นฐานต่างๆระบบเดียวกัน อย่างเช่น การขนส่งมวลชน ไม่ว่าจะเป็น รถเมล์ รถไฟฟ้า ควรที่จะเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยง ขยายเมืองขึ้นมาเพื่อลดความแออัดเพ่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจระดับประเทศ เพราะฉะนั้นจึงมีการสัมมนาขึ้นเนี้ยมันมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนและใช้เวลานานเท่าไรอย่างไรเพื่อรองรับความเจริญเติบโตเพราะอีกไม่นาน 2-3 ปีข้างหน้านี้เราจะมีเสรีอาเซี่ยน เพราะฉะนั้นพื้นที่จังหวัดปทุมธานียังมีพื้นที่ว่างพอที่จะรองรับความเจริญเติบโตและก็รองรับการเปิดตลาดทางด้านอาเซี่ยนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า โดยการสัมมนาจัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการในวันนี้ของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ซึ่งได้แบ่งกิจกรรมเป็น 3 ช่วง คือ ในช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 08.00 น.- 12.00 น. เป็นกิจกรรมการเสวนาวางแผนผังเมือง ช่วงที่ 2 คือ เวลา 13.00น. กิจกรรมการแบ่งกลุ่มย่อยระดมความคิดเห็น ตัวแทนกลุ่มย่อยนำเสนอความคิดเห็นต่อที่ประชุมใหญ่ จากนั้นจึงสรุปประมวลผลการประชุม และช่วงที่ 3 คือ เวลา 18.00 น.ทุกคนร่วมงาน “ราตรีฟ้า พรรคประชาธิปัตย์พบประชาชนคนปทุมธานี” ณ โรงเรียนชุมชนประชาธิปัตย์วิทยาคาร ริมคลองเทศบาลนครรังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยงานจะมี นายกรณ์ จาติกวณิชย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวคำปราศรัย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวคำปราศรัยด้วย

รอง.ผบก.ปทุมฯฝึกชุดควบคุมฝูงชนเตรียมรับม็อบ      

ขณะเดียวกันพ.ต.อ.วัฒนา วงศ์จันทร์ รอง ผบก.ปทุมธานี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี จำนวน 500 นาย ร่วมฝึกซ้อมทบทวน การสาธิต การปฏิบัติงาน การเคลื่อนย้ายกำลังพลไปยังจุดที่ผู้ชุมนุมบุกรุกเข้าไปภายในสถานที่ราชการ หรือ สถานที่หวงห้าม ก่อนจัดกำลังตั้งแถวจับเข็มขัดเดี่ยวมือเปล่า ซึ่งจะใช้ในกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่มีอาวุธ แต่หากสถานการณ์เริ่มมีความรุนแรงขึ้น ก็จะนำโล่มาเป็นเกราะป้องกัน นำรถปราบจลาจลเข้าทำการฉีดน้ำในแรงดันระดับปานกลางใส่กลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อควบคุมสถานการณ์ แต่หากยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จะทำการยิงกระสุนยางใส่บริเวณลำตัวของผู้ชุมนุม ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งและไม่ทำให้เกิดอันตราย ขณะเดียวกัน หากสถานการณ์เริ่มยืดเยื้อและมีความรุนแรงขึ้น ทางเจ้าหน้าที่จะทำการควบคุมโดยการใช้แก๊สน้ำตา ซึ่งขั้นตอนของการใช้แก๊สน้ำตานั้น จะนำมาใช้ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น

พ.ต.อ.วัฒนา วงศ์จันทร์ รอง ผบก.ปทุมธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการฝึกครั้งนี้เพื่อทบทวนในการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งช่วงหลังนี้ได้เกิดเหตุการณ์ในการปิดถนนบ่อยครั้งมากและได้มีเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละโรงพักยังไม่มีความพร้อมเท่าที่ควรจึงจำเป็นจะต้องทบทวนในการฝึกใหม่พร้อมเตรียมรับสถานการณ์ได้ทันทีซึ่งต่อไปในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีหรือใกล้เคียงมีการปิดถนนก็จะจัดส่งชุดควบคุมฝูงชนเข้าทำการสลายได้เลย

……….

(หมายเหตุ :ที่มา http://www.youtube.com/watch?v=JjVTqn0MgJY

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด