คำเตือน: บล็อกนี้ไม่เหมาะสำหรับคนรักทักษิณ

สื่อจีนชี้ชัด “เสื้อแดง” คือกบฏ ไม่ได้เรียกหาประชาธิปไตย

หนังสือ พิมพ์ The Epoch Times ของจีน นำเสนอบทความเรื่อง Thai Democracy Threatened by Organized Subversion (ประชาธิปไตยของไทยถูกคุกคามกลุ่มคนที่ต้องการลบล้างระบอบการปกครอง) ซึ่งตั้งข้อสงสัยว่ากำลังมีกลุ่มแอบแฝงประชาธิปไตยเพื่อล้มล้างระบอบการปกครองประชาธิปไตยในไทย

สื่อมวลชนของจีนฉบันนี้ ระบุว่า จากรายงานข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ เกี่ยวกับความรุนแรงทางอาวุธ ชวนให้คิดว่า การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ อาจเกี่ยวข้องกับการก่อก่อกบฏในราชอาณาจักร ไม่ใช่การประท้วงเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย

เมื่อวันเสาร์ (10) รัฐบาลประกาศผลักดันกลุ่มผู้ประท้วงเสื้อแดงหนึ่งในสองของพื้นที่ชุมนุมในกรุงเทพฯ แต่เกิดเหตุปะทะตามมาจนมีผู้เสียชีวิต 11 ราย และบาดเจ็บราว 500 คน ขณะเดียวกัน ก็มีรายงานข่าวว่า ผู้ประท้วงต้านทานทหารของรัฐบาลด้วยการประทุษร้าย ในกรณีนี้ที่บ่งชี้ได้อย่างชัดเจน คือ การตายของ พันเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม

The Epoch Times ระบุว่า พันเอก ร่มเกล้า รู้จักกันดีในฐานะนายทหารผู้ซื่อสัตย์ที่เคยนำทหารเข้าปราบปรามเหตุจลาจลและคืนกฎระเบียบแก่สังคมในช่วงเวลาเดียวกันนี้เมื่อปีก่อน และเวลานี้ปรากฏอย่างชัดเจนว่าเขาถูกฆาตกรรม

หนังสือพิมพ์ของจีนฉบับนี้ อ้างรายงานของเดอะเนชั่น ระบุคำกล่าวของโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่่นคงภายในราชอาณาจักร บอกเมื่อวันจันทร์ (12) ว่า “มีความเป็นไปได้ที่นายทหารในประจำการ หรือนายทหารปลดเกษียณจะเป็นคนชี้เป้า พันเอก ร่มเกล้า ก่อนมือมืดจะสังหารเขาด้วยระเบิดเอ็ม79”

ขณะที่สื่อมวลชนท้องถิ่นอื่นๆ รายงานว่า พยานเห็นลูกไฟถูกยิงขึ้นฟ้าก่อนมือปืนจะลั่นไกใส่พันเอก ร่มเกล้า โดยตรง จนทำให้เขาเสียชีวิต ขณะที่นายทหารคนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ เขาได้รับบาดเจ็ด

กลุ่มชายชุดดำ
ในวันที่ 10 เมษายน กลุ่มชายติดอาวุธในชุดดำปรากฏอยู่ในฉากการประท้วงของคนเสื้อแดง

หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 12 เมษายน เป็นภาพของชายชุดดำถือปืน เอเค-47 และปืนยาวทาเวอร์ ทาร์ 21 ซึ่งเคยถูกใช้ในเหตุปะทะระหว่างทหารไทยกับกัมพูชาในปี 2008

หน้า 3 ของคมชัดลึก เป็นภาพนิ่งจากคลิปวิดีโอช่อง 11 ของชายชุดดำซุ่มอยู่ในตึกและหลบอยู่หลังเสาเปิดฉากยิงเข้าใส่ทหาร

สื่อมวลชนท้องถิ่นยังอ้างพยานที่อยู่ใกล้คนเสื้อแดง ระบุว่า เห็นรถตู้คันหนึ่งขับมาจอดก่อนหน้าเหตุปะทะ และมีชายชุดดำจำนวนหนึ่งลงมาจากรถตู้คันดังกล่าว ทั้งนี้ เมื่อเสื้อแดงเห็นคนเหล่านั้นลงมา ก็ต่างพากันร้องตะโกนส่งเสียงเชียร์

ไม่มีรายงานใดเลยที่ระบุว่า กองกำลังของรัฐบาลใช้อาวุธที่อาจนำไปสู่การตาย โดยผู้สื่อข่าวหลายสำนักในที่เกิดเหตุ บอกว่า ทหารส่วนใหญ่มีแต่กระะบอง และถือเพียงโล่ ขณะเดียวกันปฏิบัติการสลายการชุมนุมครั้งนี้ก็ใช้เพียงกระสุนยางและแก๊สน้ำตาเท่านั้น

ยั่วยุให้เกิดความรุนแรงมากขึ้นอีก
The Epoch Times ระบุว่า “คนเสื้อแดง” ผู้ประท้วงที่มักอ้างว่าต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ถูกจัดตั้งขึ้นมาผ่านการจ่ายเงินตอบแทนและโฆษณาชวนเชื่อ มีข่าวลือต่างๆ นานา ว่า ผู้ประท้วงได้รับค่าจ้างสำหรับร่วมชุมนุมและทางแกนนำก็ได้ค่าตอบแทนจาก ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจำนวนหลายล้านบาท

อ้างจากข่าวลือ บทความนี้ของ The Epoch Times ตั้งข้อสังเกตว่า หากลองดูสถานะทางการเงินของ นปช.หลายคน จะพบว่าคนเหล่านั้นมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจากการสนับสนุนทักษิณ โดยบางคนจากที่เคยเป็นหนี้ก็สามารถปลดหนี้ได้อย่างง่ายดาย

ในที่ชุมนุมของ นปช.มักมีการโฆษณาชวนเชื่อยั่วยุความรุนแรงอยู่เสมอ โดยนับตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน บรรดาแกนนำบอกกับผู้เข้าร่วมประท้วง ว่า นายกรัฐมนตรีเป็นฆาตกร และบังคับนำศพผู้เสียชีวิต 2 รายออกจากโรงพยาบาล และเอาไปวางไว้บนเวที จากนั้นก็แบกหีบศพเคลื่อนขบวนไปทั่วกรุงเทพฯ ในความพยายามยั่วยุประชาชนให้เกิดความเกลียดชังต่อรัฐบาล

การชุมนุมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากนี้ เตรียมการโดยสถานีดาวเทียมพีเพิลชาแนล และสถานีวิทยุชุมชน ซึ่งออกอากาศยุยงความเกลียดชังของชาวชนบทต่อรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง และสำหรับคนที่มีการศึกษาน้อย ก็เป็นเรื่องง่ายที่พวกเขาจะเชื่อในสิ่งที่ได้ฟังโดยปราศจากการตั้งคำถามใดๆ

ผู้สื่อข่าวเคเบิลทีวีขอให้คนเสื้อแดงเดินทางจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อมาร่วมชุมนุม มีชายคนหนึ่งถูกถามว่า มาร่วมประท้วงทำไม เขาตอบว่า ต้องการประชาธิปไตย แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าอะไรคือประชาธิปไตย ชายผู้นี้กลับตอบไม่ได้ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรคือประชาธิปไตยหรือมันมีเงื่อนไขอย่างไร

ถามว่า ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยหรือไม่? คำตอบคือใช่ แต่เมื่อผู้คนไม่มีการศึกษา หัวใจและคะแนนเสียงของพวกเขาจึงถูกซื้ออย่างง่ายดาย เมื่อเป็นดังนั้นประชาธิปไตยก็ไม่สามารถบรรลุได้

ให้โอกาสประชาธิปไตย
นับตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน คณาจารย์และสถาบันการศึกษาต่างๆ ได้ก้าวออกมาเพื่อชี้ว่าพฤติกรรมของผู้ประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดงไม่แนวทางของคนที่กำลังเรียกหาประชาธิปไตย ยิ่งกว่านั้นพฤติกรรมของพวกเขายังเกี่ยวข้องกับการก่อกบฏ

อนึ่งบทความนี้เขียนโดยผู้ใช้นามปากกา ว่า Puan Khon Thai (เพื่อนคนไทย) เป็นนักเขียนที่อาศัยอยู่ในเมืองไทยและไม่ปรารถนาที่จะเปิดเผยชื่อด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
ที่มา http://www.theepochtimes.com/n2/opinion/thai-democracy-organized-subversion-red-shirt-thaksin-33372.html

ขณะเดียวกัน หากจะพูดถึงแนวคิด อุดมการณ์ และจุดยืนของคนเสื้อแดงด้วยแล้วก็จะพบว่าดูเหมือนจะมีแนวคิดที่ไม่ได้ต่างกันเสียเท่าใดเลย ยิ่งหากย้อนกลับไป ดูพฤติกรรมไม่เอาสถาบันเบื้องสูงของคนเสื้อแดงก็เห็นได้ว่า จะเป็นภาพที่ชินตาของประชาชนโดยทั่วไปอย่างปฏิเสธเสียมิได้เลยทีเดียว

อาทิ ‘ก้านธูป’ คือชื่อที่อดีตเด็กหญิงวัยมัธยมฯคนหนึ่งที่ปัจจุบันเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ใช้ในการโพสต์ข้อความจาบจ้วงสถาบันอย่างรุนแรงและหยาบคาย ก้านธูปได้แสดงออกถึงความเกลียดชังสถาบันผ่านหน้าเว็บบอร์ดต่างๆ ด้วยถ้อยคำอันหยาบคายสุดประมาณ ตั้งแต่เธอยังใช้คำแทนตัวเองว่า ‘หนู’ และยังเรียนอยู่ชั้นมัธยม โดยเฉพาะในเว็บเสื้อแดงต่างๆ ซึ่งมีการโจมตีให้ร้ายสถาบันกันอย่างเมามัน ซึ่งเชื่อว่าประชาชนผู้มีความจงรักภักดีต่อสถาบันเบื้องสูงคงไม่มีใครลืมชื่อของเธอได้อย่างแน่นอน

หรือจะเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ปรากฏภาพชายสวมเสื้อขาว ปลดธงตราสัญลักษณ์ของสถาบันที่ติดไว้คู่กับธงชาติไทย บริเวณสะพานนวรัฐ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ติดกับจวนผู้ว่าฯ แล้วโยนทิ้งลงแม่น้ำปิง ระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดง ชุมนุมประท้วง และก่อเหตุเผายางรถยนต์ ขว้างระเบิดเพลิงใส่บ้านพักปลัดจังหวัดฯ และเผารถดับเพลิงของเทศบาลนครเชียงใหม่ 2 คัน เมื่อ 19 พ.ค.53

จากการตรวจสอบเขาเป็นพ่อค้าขายกับข้าวในตลาดรวมโชค ติดกับถนนวงแหวนรอบกลาง อ.เมืองเชียงใหม่ ที่เปิดแผงขายอาหารใกล้กับร้านลาบเมืองแพร่ – ร้านขายอาหารปักษ์ใต้มานาน และเป็นเครือข่ายของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่มักไปร่วมการชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่แทบทุกครั้ง

ทั้งหลายทั้งปวงต้องบอกว่า ในความเป็นจริงแล้วแนวคิดและอุดมการณ์ของคนเสื้อแดงก็เป็นที่รับรู้กันเป็นอย่างดีในหมู่ประชาชนทั่วไปว่าพวกเขาเหล่านั้นได้เลือกที่จะยืนอยู่ตรงข้ามกับสถาบัน อันเป็นที่เคารพรักของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ และที่ต้องขีดเส้นใต้ไว้ก็คือ แนวคิดไม่เอาสถาบันเบื้องสูงย่อมเป็นภัยคุกคามแห่งชาติในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์อย่างไม่ต้องสงสัย
——

ที่มา: https://www.facebook.com/bigbasday

การแสดงความเห็นถูกปิด