คำเตือน: บล็อกนี้ไม่เหมาะสำหรับคนรักทักษิณ

แฉฮุบเอเชียผ่านเชฟรอน

ที่มา: Thai Insider

แฉฮุบเอเชียผ่านเชฟรอน ‘วีซ่านช.’ บ่งชี้เอื้อมะกันเร่งเจรจาผลปย.ที่เขมร! รบ.ปูได้2เด้งหยามปชป. 

“เจริญ”ผิดหวังรัฐบาลมะกันให้วีซ่า เท่ากับเปลี่ยนจุดยืน ทำลายเกียรติภูมิการเป็นผู้นำประชาธิปไตย ทำลายหลักนิติรัฐตัวเอง “ม.ล.วัลย์วิภา” ฉะมะกันเหยียบย่ำกระบวนการยุติธรรมไทย รบ.ได้ 2 เด้งหยามหน้าปชป. แฉแผนฮุบเอเชียแปซิฟิกผ่าน”เชฟรอน”ลงทุน เจรจาที่เขมรเร่งเกมส์เร็วแลกผลประโยชน์

นายเจริญ คันธวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ในฐานะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาฯ กล่าวกับ”ไทยอินไซเดอร์” ถึงกรณีทางการสหรัฐอเมริกา ออกวีซ่าให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า เมื่อก่อนสหรัฐฯเคยเป็นแชมป์เปี้ยนของประชาธิปไตย ต่อสู้เพื่อความถูกต้อง เป็นนิติรัฐ คราวนี้ที่ให้วีซ่าคุณทักษิณก็ทำลายหลักนิติรัฐของสหรัฐฯโดยตรง น่าเสียดาย
เมื่อถามว่า เป็นการมองข้ามกระบวนการยุติธรรมของไทยหรือไม่ นายเจริญ กล่าวว่า สหรัฐฯเปลี่ยนจุดยืนไปแล้ว เขาทำลายประชาธิปไตยของตัวเอง ซึ่งแต่ก่อนเขาออกไปเทศนาทั่วโลกให้ทุกประเทศเป็นนิติรัฐ rule of law ขอให้ปฏิบัติตามนิติรัฐ เขาออกไปเทศนาสั่งสอนทั่วโลก ทีนี้เขาก็ทำลายเอง น่าเสียดายที่เปลี่ยนจุดยืนไป

เมื่อถามว่า มีผลประโยชน์แลกเปลี่ยนเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ นายเจริญ กล่าวว่า ผมว่ามันน่าจะมีอะไรผิดปกติสักอย่างที่ทำให้เขาเปลี่ยนจุดยืนไปได้ ตัวสหรัฐฯอาจมีอะไรสักอย่างทำให้เขาเปลี่ยนจุดยืนไป อาจจะเป็นผลประโยชน์ใหญ่โตมโหฬาร

เมื่อถามว่า เกี่ยวกับกรณีนาซ่าขอใช้อู่ตะเภาหรือไม่ นายเจริญ กล่าวว่า อันนี้ไม่ทราบ แต่เสียดายที่สหรัฐฯซึ่งเราภาคภูมิใจว่าเป็นผู้ที่โอ้อวดว่าตัวเองปฏิบัติตามนิติรัฐ แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนจุดยืนไป ประเทศไทยยังไม่เปลี่ยนอะไรไป แต่เขาเปลี่ยนไปแล้ว กระบวนการยุติธรรมไทยก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไร

เมื่อถามว่า ตั้งข้อสังเกตุหรือไม่ว่าในช่วงที่มีข้อถกเถียงและโจมตีว่าการขอใช้สนามบินอู่ตะเภาของนาซา เหตุใดพ.ต.ท.ทักษิณไม่ออกมาสยบข่าวในช่วงนั้น ถ้าหากว่าได้วีซ่ามาตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค.ตามที่รมว.ต่างประเทศออกมาระบจริง นายเจริญ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงไม่ทราบได้ว่าเขาได้มาเพราะอะไร เดาไม่ออก เป็นข้อน่าสังเกตุว่าถ้าเขาได้มาก่อนเขาควรจะแจ้ง แถลงให้คนไทยทราบ แต่ประเด็นนี้ทำให้คนไทยรู้ว่าสหรัฐฯเปลี่ยนจุดยืนมากกว่า ไม่เคารพกฎนิติรัฐต่อไป

เมื่อถามว่า รัฐบาลควรชี้แจงหรือไม่ นายเจริญ กล่าวว่า รัฐบาลไทยคงจะชอบที่ทักษิณได้วีซ่าทั่วโลกอยู่แล้ว อย่างอังกฤษ ญี่ปุ่นที่ให้ก็เพราะรัฐบาลไทยขอ

“ม.ล.วัลย์วิภา” ฉะมะกันเหยียบย่ำกระบวนการยุติธรรมไทย รบ.ไทยได้ 2 เด้งหยามหน้าปชป.

ด้าน หม่อมหลวงวัลย์วิภา จรูญโรจน์ นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญระดับ 9 สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวกับ”ไทยอินไซเดอร์” ถึงกรณีการให้วีซ่าแก่พ.ต.ท.ทักษิณครั้งนี้ถือว่าเป็นการแสดงออกไม่เคารพกระบวนการยุติธรรมของไทยหรือไม่ว่า ในฐานะที่เขาเป็นประเทศอารยะธรรมที่บอกว่าจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของผู้ใด และเคารพกระบวนการยุติธรรมของประเทศอื่นๆ แต่การทำแบบนี้ไม่เพียงแต่ไม่เคารพกัน แต่เหยียบย่ำกระบวนการยุติธรรมของไทย

“เรื่องนี้ทำให้คิดโยงไปถึงเรื่องอู่ตะเภาได้ กลายเป็น 2 เด้ง เด้งแรกจากเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอู่ตะเภาแล้ว เด้งที่สองเป็นประเด็นการเมือง หักเหลี่ยมประชาธิปัตย์ เพราะครั้งหนึ่งในสมัยที่คุณกษิต ภิรมย์ เคยเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ เคยพูดว่าจะให้สหรัฐฯใช้อู่ตะเภา ถ้าไม่ให้วีซ่าพ.ต.ท.ทักษิณ แต่พอพรรคเพื่อไทยขึ้นมาเป็นรัฐบาล กลับกลายเป็นให้วีซ่า กลายเป็นบลัฟใส่กัน”หม่อมหลวงวัลย์วิภา กล่าว

เมื่อถามว่า มีประเด็นเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้องกับการให้วีซ่าครั้งนี้หรือไม่ หม่อมหลวงวัลย์วิภา กล่าวว่า ไทยเข้าข้างสหรัฐฯมาตลอดตั้งแต่สงครามเย็นเป็นต้นมา ไทยไม่มีหมวกอย่างอื่น เป็นนโยบายต่างประเทศของไทยตลอดมาที่เป็นอย่างนี้

“บ้านเมืองเราเล่นการเมืองกันตลอด มันเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนกันมาตลอดมา ผลประโยชน์ต่างชาติมันมีอยู่แล้ว ยกตัวอย่างบ.เชฟรอน เป็นบริษัทที่ได้เป็นประธานของกลุ่มบริษัทที่มาลงทุนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้รับเลือกเป็นประธาน มีบทบาทมีบารมีมาก เป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ ที่ยกตัวอย่างเชฟรอน เพราะว่าเป็นบริษัทที่ลงทุนค้าน้ำมันที่ใหญ่มากของสหรัฐฯ 77%ที่เชฟรอนได้กำไรต่อปี คือการที่มาลงทุนในประเทศไทย ขณะที่มีความสัมพันธ์และเดินตามสหรัฐฯมาตลอด มันมีผลประโยชน์ทับซ้อนกันมาตลอด และนโยบายไทยตามสหรัฐฯมาโดยตลอดเช่นกัน อย่างสหรัฐฯบอยคอตใคร ไทยก็บอยคอตด้วย”หม่อมหลวงวัลย์วิภา กล่าวย้ำ

แฉแผนฮุบเอเชียแปซิฟิกผ่านเชฟรอนลงทุน เจรจาที่เขมรเร่งเกมส์เร็วแลกผลประโยชน์

เมื่อถามว่า กรณีที่นายกฯตอบรับคำเชิญรมต.ต่างประเทศสหรัฐฯเดินทางไปประชุมภาคธุรกิจเอกชนสหรัฐฯที่กัมพูชา วันที่ 13 ก.ค.นี้ มีความเกี่ยวโยงสัมพันธ์กันหรือไม่ หม่อมหลวงวัลย์วิภา กล่าวว่า สำหรับคนที่ติดตามเรื่องน้ำมันในอ่าวไทย ช่วงน้ำท่วมเขาเคยมาบริจาคเงิน แสดงตัวว่าตอนนี้เขาได้รับเลือกให้เป็นประธานบริษัททั้งหมดที่ทำมาหากินในภูมิภาคนี้แล้ว และเชิญให้นายกฯไทยไปอเมริกา ไปเจรจาตกลงเรื่องธุรกิจ แต่นายกฯยังไม่ได้ไป ซึ่งถูกเชิญตั้งแต่ม.ค. ขณะที่เชฟรอนเองก็กดดันทางการสหรัฐฯ ผ่านฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ให้มาทวงถามไทย เพราะเขามีกำหนดในปี 2555 ที่ต้องเอาขึ้นมาใช้ ฮุนเซน(นายกฯกัมพูชา)ประกาศมาตั้งแต่ปีที่แล้วว่าต้องนำขึ้นมาใช้ให้ได้ในปี2555 เขาถึงพยายามทำทุกอย่าง

“เพราะฉะนั้น จึงมองเรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกัน การลงทุนใหญ่สุดคือเรื่องน้ำมัน ทุกคนจึงต้องไปรวมกัน เจรจากันที่กัมพูชา ในขณะที่วันที่ 18 ก.ค.ศาลโลกจะออกคำสั่งเกี่ยวกับการออกมาตรการถอนทหารชั่วคราวกรณีปราสาทพระวิหาร ซึ่งก่อนที่ศาลโลกจะตัดสิน เขาจึงอยากให้ทุกอย่างเป็นผลถึงได้เร่งกดดันทุกอย่าง”หม่อมหลวงวัลย์วิภา กล่าว

เมื่อถามย้ำว่า สหรัฐฯพยายามเข้ามาเป็นตัวกลางมีบทบาทในภูมิภาคนี้มากขี้นหรือไม่ หม่อมหลวงวัลย์วิภา กล่าวว่า เขาเป็นเจ้าของทุน เป็นนายทุนใหญ่ ในเรื่องการค้าน้ำมัน ตะวันออกกลางถึงช่วงพีคแล้ว น้ำมันหมด เขาเลยไปหาแหล่งอื่นอีก ในอ่าวไทย ทะเลจีนใต้ก็คือแหล่งหนึ่งที่สำคัญ ตอนนี้ความรุ่งโรจน์มาอยู่แถวเอเชีย มันอยู่ในทะเล เขาเลยล้อมกรอบจีน สหรัฐฯต้องการเป็นผู้นำ ทุนที่ใช้ในการลงทุนสำคัญมาก เพราะฉะนั้นสหรัฐฯไม่ใช่ตัวกลาง แต่เป็นตัวลงทุนใหญ่ เขาเลยต้องมาปกป้องพ่อค้า ปกป้องธุรกิจ ปกป้องคนของเขา ถ้าเขาคุมตรงนี้ได้ก็เหมือนกับที่เขาคุมตะวันออกกลางได้

การแสดงความเห็นถูกปิด