คำเตือน: บล็อกนี้ไม่เหมาะสำหรับคนรักทักษิณ

เจ้าอาวาสวัดชลประทานฯเตือนสติสังคมไทยยึดความถูกต้องมากกว่าถูกใจ

โดย: สายตรงภาคสนาม

เจ้าอาวาสวัดชลประทานฯเตือนสติสังคมไทยยึดความถูกต้องมากกว่าถูกใจ ออกจากวังวนความขัดแย้ง ชี้คนเป็นผู้บริหารต้องสะอาด ไม่มีปัญหาส่วนตน จึงสามารถแก้ปัญหาบ้านเมืองได้ ด้าน “อภิสิทธิ์” ขอคนไทยยึดหลักธรรมคำสอน สร้างความเข้มแข็งให้สังคมไทยฟันฝ่าอุปสรรคไปสู่ความมั่นคง พร้อม ระบุ ระบุใส่เสื้อแดงขึ้นเวทีผ่าความจริง หวังส่งสัญญาณการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง ไม่ใช่สงครามระหว่างสีเสื้อ ชี้พท.ยังดันแก้รธน. -พ.ร.บ.ปรองดองต่อ เพราะ “ทักษิณ”ยังไม่ได้ตามต้องการ เชื่อปล่อยค้างในสภากลายเป็นระเบิดเวลา ความขัดแย้งรอบใหม่ ดักคอหากสานเสวนาประชาชน ควรให้คนกลางทำแทนรัฐ ย้ำปรองดองต้องไม่นิรโทษคนจงใจก่อความรุนแรงและล้างผิดให้คนโกง

นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีบรรพชาอุปสมบทเพื่อถวายพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมงกุฎราชกุมารที่วัดชลประทานราชรังสฤษฎ์ โดยมี พระธรรมวิมลโมลี เจ้าอาวาส เป็นประธานฝ่ายพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งเจ้าอาวาสได้เทศน์ก่อนเข้าสู่พิธีตอนหนึ่งว่า หากประชาชนนำเอาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ก็จะทำให้ชีวิตมีความสุข บ้านเมืองมีความสงบ โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดความวุ่นวายเกิดจากยึดความถูกใจมากกว่าความถูกต้อง ซึ่งการจะหาทางดับความทุกข์ต้องมุ่งที่เหตุว่าเกิดจากอะไร นอกจากนี้คนที่เป็นนักการเมืองต้องมีธรรมนำหน้า และเป็นคนที่สะอาด คือหมดปัญหาของตัวเองจึงจะไปแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ ขอให้ประชาชนน้อมนำหลักคำสอนพระพุทธศาสนามาปรับใช้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ มีพระชนมายุครบ 80 พรรษา และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมงกุฎราชกุมาร มีพระชนมายุครบ 60 พรรษา และยังเป็นมงคลกับชีวิต กับประชาชนที่ยึดถือสถาบันหลักคือชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ สังคมวันนี้เจ้าอาวาสได้กรุณาชี้ให้เห็นถึงปัจจัยที่จะดับความวุ่นวาย ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสังคมไทย แต่ในสังคมโลกก็มีปัญหามาก ดังนั้นการยึดคำสอนตามหลักศาสนาจะช่วยทำให้พื้นฐานของสังคมมีความเข้มแข็ง นำไปสู่ความสงบสุขในบ้านเมือง ซึ่งตนมั่นใจว่าประชาชนทุกคนปรารถนาจะเห็นสิ่งนี้ ซึ่งหากคนไทยสามารถทำให้พื้นฐานตรงนี้เข้มแข็งได้ ตนก็มั่นใจว่าประเทศไทยจะฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคไปได้ด้วยดี และเดินไปข้างหน้าอย่างมีความมั่นคง อีกทั้งยังเป็นการรากฐานสำคัญสำหรับสังคมที่ดีให้กับลูกหลานในอนาคตด้วย
ภายหลังการเป็นประธานในพิธีดังกล่าว นายอภิสิทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงเวทีผ่าความจริงหยุดล้มรัฐธรรมนูญ ออกกฎหมายล้างผิดคนโกงที่สนามไทยญี่ปุ่นดินแดง วันที่ 29 ก.ค.55 ที่ใส่เสื้อแดงขึ้นปราศรัยบนเวทีว่า ตนต้องการสื่อสารกับคนไทยว่าประเด็นเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมล้างผิด เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เป็นเรื่องที่ประชาชนทุกกลุ่ม รวมทั้งคนเสื้อแดงต้องแสดงจุดยืน เพราะพี่น้องเสื้อแดงคือกลุ่มที่รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเหตุความรุนแรง แต่กฎหมายฉบับนี้จะล้างผิดให้คนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งความจริงเป็นเพียงแค่ความต้องการจะพ่วงให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้าไปได้ประโยชน์จากกฎหมายนี้ ดังนั้นปัญหาเรื่องการปรองดองไม่ควรจะทะเลาะระหว่างคนที่ใส่เสื้อคนละสี แต่ต้องตั้งหลักว่า หลักการที่ถูกต้องของบ้านเมืองคืออะไร และหลักการให้อภัยจึงตามมาหลังจากที่แยกแยะแล้วว่าคนกลุ่มไหนที่สมควรได้รับการให้อภัย แต่ต้องไม่เกี่ยวข้องกับคนที่จงใจใช้ความรุนแรง คือคนที่ทุจริตคอร์รัปชั่น อย่างไรก็ตามยอมรับว่าคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสลายการใช้สีมาเป็นสัญลักษณ์ความขัดแย้ง เพราะต่างฝ่ายต่างรับข้อมูลข่าวสารที่ไม่ตรงกัน แต่ตนเห็นว่ามีความจำเป็นที่ต้องแลกเปลี่ยนพูดคุยกัน เพราะหากแต่ละฝ่ายไม่สนใจข่อมูลของอีกฝ่ายหนึ่งบ้านเมืองก็เดินไปยาก
ส่วนกรณีที่นายภูมิธรรม เวชชยชัย ผอ.พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าจะยังเดินหน้าทั้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและพ.ร.บ.ปรองดอง โดยไม่ถอนออกจากการพิจารณาของสภานั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้พ.ต.ท.ทักษิณ มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าต้องการอะไร รัฐบาลพรรคเพื่อไทยโดยนายกฯ ก็พูดชัดว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือถอย ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำเป็นประโยชน์ส่วนบุคคลได้สร้างความขัดแย้งต่อบ้านเมือง ดังนั้นรัฐบาลต้องยึดประโยชน์ส่วนรวม การถอนทั้งสองเรื่องออกไปไม่ได้สร้างความเสียหายใด ๆ แต่การคาเอาไว้แม้จะยังไม่เดินต่อในขณะนี้ก็เป็นปมสร้างบรรยากาศความอึมครึม ความไม่แน่นอน ความขัดแย้ง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการแก้ปัญหาของรัฐบาล เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลต้องการแก้ปัญหาของประชาชน ต้องขจดเงื่อนไขเหล่านี้ออกไป ไม่เช่นนั้นก็เป็นเหมือนระเบิดเวลาค้างอยู่อย่างนี้ เพียงเพราะว่าเป็นเป้าหมายของคนบางคนเท่านั้น อยากเรียกร้องให้รัฐบาลเห็นแก่ส่วนรวมและประชาชน เพื่อจะได้แก้ปัญหาหลายเรื่องที่น่าเป็นห่วง ทั้งปัญหาภาคใต้ ทีทมีความรุนแรงมากขึ้น ปัญหาการส่งออกติดลบ การสูญเสียแชมป์การส่งออกข้าว ปัญหาสินค้าราคาแพง ความเสี่ยงจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ประชาชนคงอยากเห็นรัฐบาลและรัฐสภาทุ่มเทกับการแก้ปัญหาเหล่านี้มากกว่าจะจมอยู่บนความขัดแย้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่มพันธมิตรประกาศว่าแม้จะไม่เดินหน้าพ.ร.บงปรองดอง แต่หากมีการค้างอยู่ในวาระการประชุมสภา ก็จะมีการชุมนุมใหญ่ รัฐบาลควรพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งนี้เป็นตัวบ่งบอกว่าทำไมรัฐบาลไม่ขจัดเงื่อนไขความขัดแย้งออกไป เรื่องการปรองดองที่ถูกต้องและรัฐธรรมนูญสามารถตั้งหลักปรึกษาหารือกันได้ แต่ถ้ายังค้างตัวร่างที่เป็นปัญหาไว้ ความขัดแย้งก็จะดำรงยู่ต่อไป หากรัฐบาลมีความจริใจในการทำสานเสวนาประชาชน เพื่อหาข้อยุติในสังคม ควรจะใช้หลักการแรกคือให้คนกลางมาเป็นเจ้าภาพในการจัดทำการสานเสวนา ไม่ใช่รัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐทำเอง โดยระหว่างการทำสานเสวนาไม่จำเป็นต้องมีร่างกฎหมายคาไว้ในสภา เพราะสามารถพูดคุยในกรอบที่มีคณะกรรมการอิสระ องค์กรอิสระ หรือองค์กรกลางทั้งหลายมานำเสนอได้อยู่แล้ว และกฎหมายที่ค้างอยู่ในสภาก็ไม่ได้มีฐานจากความคิดเรื่องการปรองดอง แต่เป็นโจทย์ในความพยายามหาทางลบล้างความผิดและคำพิพากษาที่มีผลต่อพ.ต.ท.ทักษิณ เท่านั้

การแสดงความเห็นถูกปิด