คำเตือน: บล็อกนี้ไม่เหมาะสำหรับคนรักทักษิณ

เปิดใจพี่”ธิดา”น้องหยุดได้แล้ว!!

โดย…นิติพันธุ์ สุขอรุณ
โพสต์ทูเดย์ 2 สค. 55

ฮือฮาขึ้นมาทันทีที่คนนามสกุล “ถาวรเศรษฐ์” ขึ้นเวทีมอบเงินบริจาค 8,000 บาท จากการเรี่ยไรของชาวบ้าน อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ให้กับกลุ่มพันธมิตร โดยยื่นถึงมือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ระหว่างเดินสายจัดเวทีที่ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เขาคนนั้นคือ นิพนธ์ ถาวรเศรษฐ์ พี่ชาย ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธาน นปช.

วันนั้นนิพนธ์ประกาศจนเรียกเสียงเฮสนั่นว่า “ผมเป็นพี่ชายแท้ๆ ของธิดา แต่ผมเป็นพันธมิตรฯ เรามีพี่น้องร่วมกัน 18 คน หนึ่งในจำนวนนี้เป็นเสื้อแดงเพียงคนเดียว คือ ธิดา ส่วนที่เหลืออีก 17 คน รวมกับผมแล้ว ทุกคนเป็นเสื้อเหลือง หรือเป็นพันธมิตรฯ จึงอยากบอกทุกคนว่า อย่าเข้าใจผิดว่า นามสกุลถาวรเศรษฐ์ จะเป็นเสื้อแดงทั้งหมด”

ซึ่งต่อมาธิดาชี้แจงว่า นิพนธ์ไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ แต่เป็นญาติห่างๆ พร้อมกับรับว่า มีพี่น้องอยู่ทางภาคใต้ค่อนข้างมาก หลายคนเป็นเสื้อเหลือง เสื้อฟ้า รวมถึงเสื้อแดงก็มี โดยเฉพาะคนที่เป็นเสื้อแดงมักจะเงียบไม่ค่อยแสดงตัว


ภาพถ่ายครอบครัวถาวรเศรษฐ์ “นิพนธ์” นั่งกลาง ขณะที่ “ธิดา” ยืนเยื้องอยู่แถวหลัง

นิพนธ์ วัย 70 ปี เปิดใจกับโพสต์ทูเดย์ เล่าต้นตระกูลถาวรเศรษฐ์ว่า ไต้ก๋งหยกซาย ผู้เป็นต้นตระกูล ได้ข้ามทะเลมาจากประเทศจีน และได้ให้กำเนิดลูกชายคนแรก คือ หยกฮั๋น แต่เสียชีวิตในสงครามสมัยจีนรบกับญี่ปุ่น คนต่อมา หยกเซียง หยกหีต และหยกเฮง แต่เขาเป็นลูกชายคนโตของหยกหีต ส่วนธิดาเป็นลูกคนโตของยกเฮง อายุห่างกัน 2 ปี

เขาเล่าว่า ได้รู้จักกับธิดามาตั้งแต่สมัยเด็ก ซึ่งพี่สาวคนโตของเขา หรือป้าจารี เป็นคนเลี้ยงดูธิดามากับมือ แต่ด้วยครอบครัวทางฝั่งของธิดา จำเป็นต้องย้ายจาก จ.สุราษฎร์ธานี ไปอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ทำให้นานๆ จะได้รวบญาติกันสักที

ย้อนกลับไปสมัยธิดายังเด็ก เธอเป็นคนเรียนเก่งมาก เธอมีผลการเรียนสูงถึง 93% นับว่าเป็นคนเรียนเก่งมาก ทำให้พ่อกับแม่รักและทะนุถนอมยิ่ง

นิพนธ์ บอกว่า ครอบครัวตระกูลถาวรเศรษฐ์ ไม่เคยปิดกั้นโอกาสทางความคิด ได้ให้เสรีภาพผนวกกับคุณธรรมอย่างเต็มที่ แต่ครอบครัวทางฝั่งของธิดามักสนใจเรื่องการเมืองเป็นพิเศษ ถึงขั้นมีความขัดแย้งกันเล็กๆ ภายในบ้าน

“เพราะคุณแม่ (ยิหวา ถาวรเศรษฐ์) ของธิดา ต้องประกาศให้ภายในบ้านเป็นเขตปลอดการเมือง ห้ามไม่ให้พูดเรื่องการเมืองภายในบ้านอย่างเด็ดขาด เพราะคุยกันทีไรจะต้องทะเลาะกันแทบทุกครั้ง อาทิ เรื่องที่พ่อของธิดา เขาชอบ สมัคร สุนทรเวช แต่ธิดานั้นเธอไม่ชอบ เพราะสมัครเป็นส่วนหนึ่งในการปลุกระดมม็อบฝ่ายขวาให้เกลียดชังนักศึกษา จนเป็นที่มาของเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 จนธิดาต้องหลบหนีเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย โดยใช้นามว่า สหายปูน ซึ่งเราในฐานะญาติก็เข้าใจได้ว่าเธอสนใจเรื่องของการเมืองมานาน”

นิพนธ์ บอกว่า แม้ตัวธิดาจะออกจากป่าตามนโยบาย 66/23 ของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีขณะนั้น แต่ความคิดทางการเมืองเป็นสิ่งเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยนตัวธิดาได้ ขณะที่บุคคลอื่นที่ก้าวออกมาได้เปลี่ยนความคิดไปเกือบหมดแล้ว ทั้งนี้ที่ผ่านมาเครือญาติถาวรเศรษฐ์ ได้วิเคราะห์ว่า ธิดากำลังตกหลุมการเมืองบางอย่างอยู่ แต่เชื่อว่าเธอจะไม่รับฟังในสิ่งที่ญาติแนะนำ ก็อยากฝากว่าหยุดทำร้ายสังคม หยุดทำร้ายประเทศชาติทีเถอะ พอแล้ว เราอยู่กันไม่กี่ปีก็จะตายกันแล้ว

ถาวรเศรษฐ์ผู้พี่ เล่าอีกว่า ส่วนตัวไม่ได้เจอนางธิดามาหลายปีแล้ว แต่ครั้งล่าสุดที่ได้พบกันไม่ได้คุยเรื่องการเมือง เพราะทั้ง นพ.เหวง และนางธิดา คิดไม่ตรงกันกับตระกูลมาโดยตลอด ทำให้คุยกันไม่รู้เรื่อง ซึ่งทั้งสองคนนี้เคยมาพักอาศัยที่บ้านนาน 3-4 เดือน ขณะนั้นธิดาทำธุรกิจนากุ้ง ส่วน นพ.เหวง แค่แวะเวียนมาเยี่ยม

สิ่งที่ยืนยันว่าเป็นหนึ่งในเครือญาติกันคือภาพถ่าย การจัดงานแต่งของลูกสาวคนโตเมื่อปี 2548 อย่างเรียบง่ายภายในบริเวณหน้าบ้าน ที่ จ.สุราษฎร์ธานี มีตัวเขานั่งอยู่ตรงกลางของภาพ ส่วนป้าจารี ใส่เสื้อสีชมพู บรรยากาศในวันนั้นคึกคักมาก เพราะป้าจารีจะเป็นศูนย์กลางของครอบครัว เป็นคนเดียวที่สามารถตักเตือนธิดาให้เชื่อฟังได้อย่างแน่นอน

“การที่ธิดาเป็นถึงประธาน นปช. ในมุมมองของเครือญาติตระกูลถาวรเศรษฐ์ รู้สึกว่าสิ่งที่ธิดาทำนั้นมันไม่ถูกต้อง เราเป็นห่วงธิดาไปคบคนชั่วมาเป็นมิตร มันไม่มีทางเจริญ ญาติพี่น้องทุกคนรู้สึกเป็นห่วง แต่ยังถือความเป็นญาติอยู่เหมือนเดิม ไม่เคยคิดทำลายอะไรเลย แต่เมื่ออุดมการณ์ทางการเมืองต่างคนต่างคิดก็ไม่ว่ากัน แค่อยากย้ำว่าทุกคนเป็นห่วงว่ากำลังไปคบคนชั่ว ทำลายสังคมทำลายชาติ ทำให้คนแตกแยกกัน”

นิพนธ์ ทิ้งท้ายว่า ได้เคยนั่งพูดคุยเตือนสติกับธิดา เรื่องที่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวายขนาดนี้ไปแล้ว แต่เขาไม่ฟัง แถมยังมาสอนกลับอีก สิ่งสุดท้ายที่อยากจะฝากไปให้ก็คือ พี่น้องทั้ง 18 คน ตระกูลถาวรเศรษฐ์ ไม่มีใครเห็นด้วยกับเขาแม้แต่คนเดียว เวลาครอบครัวถาวรเศรษฐ์ไปไหนก็ค่อนข้างมีปัญหา เพราะสังคมมองในแง่ลบ ดังนั้นอย่าเข้าใจผิดว่า นามสกุลถาวรเศรษฐ์ จะเป็นเสื้อแด

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด