คำเตือน: บล็อกนี้ไม่เหมาะสำหรับคนรักทักษิณ

แม้ว มีพฤติกรรมล้มระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

สุเทพ เปิด คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ 36 หน้า มัด แม้ว มีพฤติกรรมล้มระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สถาปนาระบอบประธานาธิบดี รวมหัวเสื้อแดงคิดปฏิวัติประชาชน จนเกิดจลาจลกลางเมืองหลวงเมษายน 52 ยกทำเทศน์หลวงตามหาบัว ชี้ สมัยเป็นนายกมีพฤติกรรมเหยียบย่ำชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไร้สำนึก ไม่ฟังคำเตือน พล.อ.พิจิตร ยังคงจาบจ้วงสถาบันกษัตริย์ ต่อเนื่อง พิพากษายกฟ้องคดีหมิ่นประมาทอยากเป็นประธานาธิบดี

ชี้ ติชมโดยสุจริต ระบุ คดียุติแล้ว เว้นแต่จะมีองค์คณะในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ หรืออธิบดีศาลอาญา ลงนามให้ฎีกา ภายใน 30 วัน

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีหมายเลขแดงที่ 5172/55 ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องหมิ่นประมาทตนกรณีกล่าวหาว่าใส่ความว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คิดจะกลับมาเป็นประธานาธิบดี ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้องยืนตามศาลชั้นต้น โดยมีเนื้อหาระบุถึงพฤติกรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณตั้งแต่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจนถึงการเคลื่อนไหวร่วมกับคนเสื้อแดงดังนี้
ศาลอุทธรณ์ พิพากษาว่า ระหว่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่นั้น หลวงตามหาบัวเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีพฤติกรรมส่อไปในทางเหยียบย่ำชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตามหนังสือพระมหากษัตริย์คือหัวใจของชาติไทย

พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อองค์พระมหากษัตริย์ โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พูดกับกลุ่มบุคคลเสื้อแดงที่มชุมนุมที่อินดเสตเดี้ยมหัวหมาก ถึงความจงรักภักดี พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้พูดคุยกับประชชนทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยคลื่นเอฟเอ็ม 92.5 เรื่องการลาออกจากตำแหน่งของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม

ต่อมา 29 มิถุนายน 2549 พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พูดในขณะที่เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายปฏิบัติราชการให้แก่หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด และข้ารากชารระัดบ 10 ขึ้นไป ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ว่า มีบุคคลผู้มีบารมีเข้ามาวุ่นวายในองค์กรที่มีในระบบรัฐธรรมนูญมากเกินไป

คำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ดังกล่าว ทำให้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ กล่าวว่า “คำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ดังกล่าวทำให้ประชาชนแคลงใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์”

เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ได้มีการชุมนุมของคนเสื้อแดงหลายครั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โทรศัพท์มาพูดคุย โดยยอมรับว่าประชชนคนเสื้อแดงเป็นพลังสำคัญที่สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ การชุมนุมของคนเสื้อแดงทุกครั้ง คนเสื้อแดงได้นำรูปของ พ.ต.ท.ทักษิร มาชูเพื่อนำขบวน

นอกจากนี้พรรคพลังประชาชน ก็เป็นพรรคการเืองที่แปลงมาจากพรรคไทยรักไทย ของ พ.ต.ท.ทักษิณ
พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย มีความเชื่อมโยง เกือบกล่าวได้ว่าเป็นเนื้อเดียวกัน ดังเห็นได้ว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงบางครั้ง ปรากฏว่า พรรคเพื่อไทยได้ให้คนขนเสื้อแดงที่ได้จัดเตรียมไว้ออกจากที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับ ส.ส.พรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดง

ในการชุมนุมขอคนเสื้อแดงแต่ละครั้งผู้ที่ขึ้นพูดบนเวทีมักจะกล่าวพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2551 ได้มีการนำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถมาติดที่ฉากหลังของเวที โดยมีข้อความที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง

การชุมนุมของคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2552 ที่สนามหลวง แกนนำคนเสื้อแดงได้กล่าวบนเวที ว่าการชุมนุมครั้งนี้เพื่อชิงบ้านชิงเมือง และเพื่อเปลี่ยนแปลงประชาธิปไตยของประเทศไทยใหม่ และการชุมนุมครั้งนี้ยังปรากฏข้อเท็จจริงอีกด้วยว่า กลุ่มคนเสื้อแดงตั้งโต๊ะเพื่อรวบรวมรายชื่อ เสนอให้มีการยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

นอกจากนี้ พล.ต.อ.วิศษฐ์ เดชกุญชร พล.อ.พิจิตร กุลวณิชย์ ก็ยังกล่าวด้วยว่า การต่อสู้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการจ้องล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ และพฤติการณ์ของกล่ที่มาชุมนุมบางคนก็มีพฤติการณ์ลบหลู่และหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์เป็นขบวนการล้มการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

แม้จะมีคำท้วงติงจาก พล.อ.พิจิตร ดังกล่าว พ.ต.ท.ทักษิณ น่าจะหยุดกระทำการที่ส่อไปในทางอันจะเป็นการละเมิดต่อองค์พระมหากษัตริย์แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็หาได้หยุดกระทำการดังกล่าวไม่ ในทางกลับกัน พ.ต.ท.ทักษิณ กลับให้สัมภาษณ์ น.ส.พ.ไฟแนนเชียลไทม์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบเรื่องแผนการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549

นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังให้การสนับสนุนคนเสื้อแดง โดยออกมาชักชวนให้ประชาชน ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ออกมาร่วมชุมนุมที่ราชดำเนิน และลานพระบรมรูปทรงม้า เมื่อวันที่ 8 เมาายน 2552 และว่าการชุมนุมในวันดังกล่าวจะเป็นการปฏิวัติโดยประชาชนจนนำไปสู่การจลาจลในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 12 และ 13 เมษายน 2552

การก่อจลาจลดังกล่าวย่อมเป็นเหตุชวนสงสัยว่าเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติประชาชนตามคำชักชวนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งนี้เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณและกลุ่มคนเสื้อแดงย่อมรู้อยู่แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยรูปแบบอื่น ตามที่ตนหรือกลุ่มหรือคณะของตนต้องการ ไม่อาจกระทำได้โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291(1) ตามพฤติการณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณกับกลุ่มคนเสื้อแดงดังกล่าว ย่อมบ่งชี้ให้เห็นว่ามีเจตนาส่อไปในทางที่สอดคล้องกับคำเทศนาของหลวงตามหาบัว

สำหรับจำเลยนอกจากเป็นส.ส.สุราษฎร์ธานีแล้ว ยังเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และจำเลยต้องปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และ ประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ

เมื่อจำเลยเข้ารีบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี จำเลยต้องถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ

เมื่อพฤติการณ์ของกลุ่มคนเสื้อแดง และพ.ต.ท.ทักษิณก่อให้จำเลยและประชาชนเห็นว่า มีเจตนาส่อไปในทางที่สอดคล้องกับคำเทศนาหลวงตามหาบัวจำเลยจึงมีสิทธิอันชอบธรรมในฐานะประชาชนที่จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ที่จะแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต ติดชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนพึงกระทำ ทั้งในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีสิทธิแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 329 (3) และ (2) ตามลำดับ

จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท ฟ้องของโจทก์จึงไม่มีมูล ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลและพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนคำพิพากษาของศษลชั้นต้น

นายสุเทพ กล่าวด้วยว่าคดีนี้ถือว่ายุติแล้ว เพราะศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกับศาลชั้นต้น เว้นแต่ว่าจะมีองค์คณะในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ หรือ อธิบดีศาลอาญา ลงชื่อให้มีการยื่นฎีกาได้ โดยต้องทำภายใน 30 วัน

การแสดงความเห็นถูกปิด