คำเตือน: บล็อกนี้ไม่เหมาะสำหรับคนรักทักษิณ

เอเชีย ไทม์ส แฉชายชุดดำ เป็นพวกเสื้อแดง

 

รวบรวมโดย กระปุกดอทคอม

(ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล)

เอเชีย ไทม์ส แฉกลุ่มชายนักรบชุดดำในการชุมนุมเป็นพวกเสื้อแดง เผยกว่าครึ่งเคยเป็นทหาร และรับคำสั่งโดยตรงจาก “เสธ.แดง” ยันทำหน้าที่ปกป้องผู้ชุมนุมที่ไม่มีอาวุธ

หลังเหตุการณ์ความวุ่นวายและเหตุจลาจลจากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) สิ้นสุดลง มุมหนึ่งของสื่อนอกอย่าง สำนักข่าวเอเชีย ไทม์ส รายงานข่าวโดยอ้างว่า ได้ส่งนักข่าว 2 ราย คือ Kenneth Todd Ruiz และ Olivier Sarbil เข้าไปทำข่าวในช่วงการชุมนุม และได้มีโอกาสสัมภาษณ์ “กองกำลังชุดดำ” หรือบุคคลไม่ทราบฝ่าย ด้วยเงื่อนไขว่า ห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด

ทั้งนี้ เอเชีย ไทม์ส รายงานข่าวโดยอ้างคำสัมภาษณ์ กองกำลังชุดดำ เปิดเผยว่า พวกเขาไม่ใช่เพียงกลุ่มผู้ดูแลความปลอดภัย หรือ การ์ด นปช. ธรรมดา ๆ แต่พวกเขาเป็นถึงกองกำลังที่ถูกฝึกปรือมาอย่างดีและมีอาวุธยุทโธปกรณ์ครบมือ โดยรับคำสั่งตรงจากแกนนำคนหนึ่งของคนเสื้อแดงที่มีชื่อว่า “เสธ.แดง”  มากไปกว่านั้น กลุ่มกองกำลังชุดดำเกินกว่าครึ่งเคยเป็นทหารในกองทัพต่าง ๆ และบางคนก็ยังประจำการอยู่ในหน้าที่ทหารด้วย!!!

ช่วงก่อนหน้าที่ เสธ.แดง จะเสียชีวิต ทหารฝั่งรัฐบาลก็ได้เริ่มทำการกดดันเพื่อขอคืนพื้นที่แถบประตูน้ำคืน พวกเขาจำเป็นต้องใช้อาวุธในการต่อสู้ ทั้งเอ็ม 16, เออาร์ 15 ต่างถูกเลือกมาถอดชิ้นส่วนซ่อนไว้ใต้เสื้อผ้า ซึ่งพวกเขาสามารถประกอบมันกลับคืนได้ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที เพื่อใช้ในการผลักดันการรุกคืบเข้าพื้นที่ และหากถามว่าทำไมในการต่อสู้กลับไม่มีอาวุธที่มีชื่อว่า เอ็ม 79 เลย พวกเขาให้เหตุผลว่า มันเป็นอาวุธที่เทอะทะ หนัก ขนย้ายไม่สะดวก และทำงานได้ช้ากว่าระเบิดมือ ซึ่งสามารถขว้างไปแล้วได้ผลทันที

กองกำลังชุดดำ ยังเปิดเผยอีกว่า พวกเขาทั้ง 27 คน มีทั้งหน่วยวิทยุและหน่วยแพทย์ครบ เสมือนเป็นกองทัพย่อม ๆ ซ่อนตัวอยู่หลังม่านไม้ไผ่ในมุมหนึ่งของสวนลุมพินี โดยคืบคลานไปมาระหว่างเต้นท์อย่างช้า ๆ เพื่อหลบภัยจากคมกระสุนของสไนเปอร์ โดยมีอาหารหลักส่วนใหญ่เป็นเพียงแค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเครื่องดื่มชูกำลังต่าง ๆ เพื่อความรวดเร็วในการใช้ชีวิต และเมื่อเวลา 6 โมงเช้าของวันที่ 16 พฤษภาคม พวกเขาสามารถยึดอาวุธและเครื่องป้องกันชีวิตมากมายจากทหารฝั่งรัฐบาล อาทิ  เสื้อเกราะ, โล่กำบัง, ไม้ตะบอง, หมวกกันน๊อค, ไฟฉาย และล้อรถยนต์ และพวกเขาเดินกลับเข้าฐานที่มั่น ท่ามกลางแสงเพลิงจากการจุดบั้งไฟของกลุ่มคนเสื้อแดง อย่างไรก็ตามถึงแม้พวกเขาจะเหน็ดเหนื่อย แต่หน้าก็เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มของผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่สำเร็จลุล่วงตามคำสั่ง

เอเชีย ไทม์ส ยังรายงานอีกว่า กองกำลังชุดดำ ได้ขนานนามตัวเองว่า “Black Angel” หรือ “นางฟ้าดำ” เพราะมีหน้าที่ปกป้องประชาชนที่ไม่มีอาวุธใด ๆ ที่มาเข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และหลังจากที่ เสธ.แดง โดนลอบยิงขณะให้สัมภาษณ์นักข่าวและเสียชีวิตลง หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน กองกำลังชุดดำกลุ่มนี้ก็ขาดวินัยในการฝึกฝนและปฏิบัติตนลงอย่างสิ้นเชิง บางคนกินเหล้า และมีการทะเลาะกันเอง ขณะที่บางคนก็เอาปืนที่ยึดไปจากทหารมาได้ ยิงไปที่เฮลิคอปเตอร์ของทหารที่บินมาตรวจและสังเกตุการณ์อีกด้วย

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี, ฝ่ายรัฐบาล และผู้ที่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ ต่างประนามกลุ่มนักรบเสื้อดำที่มีอาวุธว่าเป็นผู้ก่อการร้าย และทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จากเหตุการณ์การปะทะกันที่คอกวัว เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา แต่โฆษกของกลุ่มเสื้อแดงก็ออกมาตอบโต้หลังจากกลุ่มนักรบเสื้อดำกลับเข้าฐานที่มั่นเรียบร้อยแล้วว่า “ทหารตั้งแถวเรียงดาหน้ามาพร้อมอาวุธครบมือ และยิงเข้าใส่ฝูงชนก่อน” ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็ได้ชี้แจงต่อนักการฑูตหลาย ๆ ประเทศและสื่อมวลชนต่าง ๆ ว่า เหตุที่รัฐบาลต้องใช้อาวุธในการปราบจลาจลเป็นเพราะกองกำลังกลุ่มคนเสื้อแดงได้ใช้อาวุธกับเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ก่อน

และก่อนหน้านี้ 1 เดือน นายกฯ อภิสิทธิ์ได้กล่าวถึงเรื่อง เสธ.แดง ว่า เสธ.แดง เป็นผู้ช่วยผู้ก่อการร้าย ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และก่อนหน้าที่ เสธ.แดง จะถูกยิงนั้น เขาสามารถบอกได้หมดว่า ระเบิดจะถูกวางหรือถูกยิงไปยังที่ใดในกรุงเทพฯ บ้าง

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเอเชีย ไทม์ส วิเคราะห์ว่า หลังจากที่แกนนำเสื้อแดงส่วนใหญ่ มีท่าทีจะตอบรับข้อเสนอแผนปรองดองแห่งชาติของรัฐบาล ที่มีกำหนดการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2553 และประกาศเข้ามอบตัวเพื่อยุติความรุนแรงและความตายของประชาชนเสื้อแดง แต่ในบ่ายของวันที่ 19 พฤษภาคม ก็ได้มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายได้ยิงเอ็ม79 เข้ากลางวงทหาร ซึ่งเป็นผลทำให้ทหาร 2 นาย และ นักข่าว  1 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งคาดกันว่าระเบิดถูกยิงมาจากบนสถานีรถไฟฟ้า และนั่นเป็นการเริ่มจุดชนวนของสงครามกลางเมือง จนทำให้มีการเผาอาคารสถานที่หลาย ๆ แห่ง รอบกรุงเทพฯ รวมถึงเผาศาลากลางในหลาย ๆ จังหวัด

และถึงแม้ว่าเหล่าแกนนำจะมอบตัวแล้ว แต่กองกำลังชุดดำ และแกนนำตัวสำรองบางคนยังคงลอยนวลอยู่ ซึ่งสำนักข่าว เอเชีย ไทม์ส เชื่อว่าเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองครั้งนี้ จะไม่สงบลงอย่างง่าย ๆ แน่นอน

หมายเหตุ : ข้อความดังกล่าวเป็นการรายงานของ เอเชีย ไทม์ส ที่อ้างว่าได้สัมภาษณ์กองกำลังชุดดำ

การแสดงความเห็นถูกปิด