คำเตือน: บล็อกนี้ไม่เหมาะสำหรับคนรักทักษิณ

เสื้อแดง

‘เสธ.ไก่อู’เหน็บแกนนำแดง แกล้งไม่รู้มีชายชุดดำ

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด แจงอนุฯ กมธ.การพัฒนาการเมือง ยันมีชายชุดดำ เหน็บแกนนำแดงแกล้งไม่รู้ หรือประเมินสถานการณ์พลาด แฉปืนยังหายเกือบ 70 กระบอก ด้าน “ชัจจ์” ตกใจ อ้างเพิ่งรู้…

วันนี้ (8 ต.ค.55) เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะอนุกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการสื่อสารมวลชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน โดยมีการพิจารณาเรื่องศึกษาเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับชายชุดดำ จากกรณีเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ช่วงเดือน เม.ย.2553 โดยเชิญ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (ผู้อยู่ในเหตุการณ์) เข้าร่วมชี้แจง

Advertisements

เจ๊ดา’ยืนยัน’จงรักภักดี’ ไม่เคยก้าวล่วง’เบื้องสูง’ แต่กลับหน้าแตก เจอโลกออนไลน์แฉซ้ำ! พฤติกรรมเสียดสีมีจริง

“เจ๊ดา” บุกกองปราบฯ แจ้งเอาผิด “สาวนิรนาม” ด่ากลางห้างพารากอน ทำอับอาย ยันไม่เคยจาบจ้วงเบื้องสูง และจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ แต่เจอ “คนละหมัด เดอะซีรี่ย์” กระซวกซ้ำ รวบรวมคำพูด-คำปราศรัยในหลากหลายเวที-หลากหลายสถานที่มาตอกย้ำพฤติกรรมว่า “เสียดสีสถาบัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา นางดารุณี กฤตบุญญาลัย แกนนําคนเสื้อแดง ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กองปราบปราม ให้ติดตามตัวหญิงสาวอายุประมาณ 30 ปี รูปร่างสันทัด สูงประมาณ 160 เซนติเมตร ผิวขาว ผมประบ่า มาดําเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท และละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล หลังจากวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะกำลังนั่งรับประทานอาหารที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน หญิงคนดังกล่าวได้ตรงเข้ามาชี้หน้าด่าว่าตนพูดจาจาบจ้วงพระมหากษัตริย์ ต่อหน้าประชาชนจํานวนมาก ทําให้ได้รับความอับอาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งนางดารุณี เชื่อว่าเป็นความเข้าใจผิดคิดว่าตนเป็น นางสาวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ “ดา ตอร์ปิโด” นักโทษคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

(เพิ่มเติม…)


“ชุดดำ” ลั่น “เหวงเนรคุณ”ช่วยสร้างสถานการณ์แทบตาย กลับมองไม่เห็นหัว

กรุงเทพฯ – “เหวง” งานเข้า!!! เหล่าชาวชุดดำรุมประจานผ่านทั้งที่ลับ-ที่แจ้ง ตอกหน้าแงแถมแฉหมดเปลือก ยันพร้อมพลีชีพช่วยสร้างสถานการณ์ช่วงเผาบ้านเมือง สุดท้ายไม่มีใครมองเห็นแม้แต่เงาหัว กร้าวถูกลอยแพแบบนี้ทีหลังไม่ช่วยอีกแล้ว
ภายหลังถูกหมอเหวง แกนนำเสื้อแดง แจกแจงผ่านสื่อในสังกัดมากมายหลายหัว ปฏิเสธคอเป็นเอ็นว่ากลุ่มคนชุดดำที่ลอบเด็ดชีพผู้ชุมนุม รวมทั้งทหารหาญในเหตุการณ์แดงเผาบ้านเมืองนั้น ทั้งหมดทั้งมวลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ นปช.เด็ดขาด และคาดว่าน่าจะเป็นทหารแอบสวมชุดดำคอยซุ่มยิงคนเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตยยิ่งกว่าชีวิตของตนเองมากกว่า ล่าสุดคนชุดดำจำนวนหนึ่งได้โพสต์ข้อความในใจผ่านเฟซบุ๊กของตัวเอง รวมทั้งเดินทางมายังกองบรรณาธิการผู้จัดกวน เพื่อเปิดเผยรายละเอียดให้ฟังอย่างหมดไส้หมดพุง ว่ากลุ่มคนชุดดำมีจริง เนื่องจากได้รับคำสั่งจากบรรดาแกนนำที่คาบข่าวจากคนไกลมากำชับให้ออกปฏิบัติการลับ นั่นคือคอยซุ่มอยู่ในจุดลับตาผู้คน ก่อนจะลั่นไกปืนใส่ร่างของใครก็ได้ในกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อให้คนเสื้อแดงส่วนใหญ่เกิดความเข้าใจผิดคิดว่าถูกทหารซุ่มยิง จากนั้นก็จะเกิดความคลั่งแค้นเกลียดชัง กล้าสู้กับทหารหรือแม้แต่รถถังอย่างไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม โดยกลุ่มคนชุดดำที่ทำหน้าที่ลับให้กับแกนนำเสื้อแดงมีไม่ต่ำกว่า 50 ชีวิต

(เพิ่มเติม…)


“เมื่อ “ชายชุดดำ” ซ่อนอยู่ใต้ที่ทำการพรรคเพื่อไทย???”

วันที่ 23 กันยายน สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ได้เผยแพร่รายงานข่าวเรื่อง”เมื่อ “ชายชุดดำ” ซ่อนอยู่ใต้ที่ทำการพรรคเพื่อไทย???” ซึ่งมีเนื้อหาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ภายหลังจาก คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ หรือ คอป. ซึ่งมี นายคณิต ณ นคร เป็นประธาน เปิดเผยรายงานฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างก

ารชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มเสื้อแดงเมื่อปี 2553 ซึ่งมีการยืนยันถึงการมีตัวตนอยู่จริงของกลุ่ม “ชายชุดดำ” หรือกองกำลังติดอาวุธไม่ทราบฝ่าย ที่ออกมาเคลื่อนไหวปะปนอยู่ในหมู่ผู้ชุมนุม

ทั้งนี้แม้ต่อมา บรรดาแกนนำเสื้อแดงและส.ส.เพื่อไทยหลายคน จะพากันออกมาปฏิเสธ “ความมีอยู่จริง” ดังกล่าว จนถึงขั้นฉีกทิ้งแสดงความไม่ยอมรับรายงานของ คอป. เสมือนหนึ่งเป็น “รายงานเท็จ” ที่บิดเบือนความจริง

แต่ในเมื่อ “ความจริง” ย่อมหนี “ความจริง” ไปไม่พ้น ความจริงจึงปรากฏอยู่ภายใต้จมูกของกลุ่มเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย ณ ห้องสมุดทักษิณ ชินวัตร ที่ปรากฏรายงานเกี่ยวกับ “ชายชุดดำ” และเค้าลางความเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มคนในเสื้อสีแดงอย่างยากจะปฏิเสธได้

ส่วนใครจะยังคงเชื่อแบบไหน ก็สุดแท้แต่วิจารณญาณของแต่ละคน .. โดยรายงานชิ้นดังกล่าวของสำนักข่าวอิศราระบุไว้ดังนี้
(เพิ่มเติม…)


เอเชีย ไทม์ส แฉชายชุดดำ เป็นพวกเสื้อแดง

 

รวบรวมโดย กระปุกดอทคอม

(ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล)

เอเชีย ไทม์ส แฉกลุ่มชายนักรบชุดดำในการชุมนุมเป็นพวกเสื้อแดง เผยกว่าครึ่งเคยเป็นทหาร และรับคำสั่งโดยตรงจาก “เสธ.แดง” ยันทำหน้าที่ปกป้องผู้ชุมนุมที่ไม่มีอาวุธ

หลังเหตุการณ์ความวุ่นวายและเหตุจลาจลจากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) สิ้นสุดลง มุมหนึ่งของสื่อนอกอย่าง สำนักข่าวเอเชีย ไทม์ส รายงานข่าวโดยอ้างว่า ได้ส่งนักข่าว 2 ราย คือ Kenneth Todd Ruiz และ Olivier Sarbil เข้าไปทำข่าวในช่วงการชุมนุม และได้มีโอกาสสัมภาษณ์ “กองกำลังชุดดำ” หรือบุคคลไม่ทราบฝ่าย ด้วยเงื่อนไขว่า ห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด
(เพิ่มเติม…)


ฝรั่งร่วมแจมไล่ทักษิณ


คนไทยผู้รักความเป็นธรรมตามประท้วง “นช.แม้ว” นักโทษหนีคุกต่อเนื่อง ล่าสุดโผล่ในงานเลี้ยงร้าน King of Thai Noodle ของเสื้อแดงซานฟรานซิสโก มี “ไฮโซดารณี” ร่วมแจม พันธมิตรฯ พร้อมคนไทยในซานฟานซิสโกกว่า 50 คนรวมตัวส่งเสียง “ทักษิณ โก ทู เจล” ชาวต่างชาติพบเห็นร่วมแจม-บีบแตรสนุกสนาน สื่อนอกทำข่าว ด้านคนไทยในวอชิงตันรวมตัวประท้วงหน้าสถานทูตไทย แสดงจุดคืนค้านมะกันอนุญาตเข้าประเทศ
(เพิ่มเติม…)


เปิดใจพี่”ธิดา”น้องหยุดได้แล้ว!!

โดย…นิติพันธุ์ สุขอรุณ
โพสต์ทูเดย์ 2 สค. 55

ฮือฮาขึ้นมาทันทีที่คนนามสกุล “ถาวรเศรษฐ์” ขึ้นเวทีมอบเงินบริจาค 8,000 บาท จากการเรี่ยไรของชาวบ้าน อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ให้กับกลุ่มพันธมิตร โดยยื่นถึงมือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ระหว่างเดินสายจัดเวทีที่ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เขาคนนั้นคือ นิพนธ์ ถาวรเศรษฐ์ พี่ชาย ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธาน นปช.

วันนั้นนิพนธ์ประกาศจนเรียกเสียงเฮสนั่นว่า “ผมเป็นพี่ชายแท้ๆ ของธิดา แต่ผมเป็นพันธมิตรฯ เรามีพี่น้องร่วมกัน 18 คน หนึ่งในจำนวนนี้เป็นเสื้อแดงเพียงคนเดียว คือ ธิดา ส่วนที่เหลืออีก 17 คน รวมกับผมแล้ว ทุกคนเป็นเสื้อเหลือง หรือเป็นพันธมิตรฯ จึงอยากบอกทุกคนว่า อย่าเข้าใจผิดว่า นามสกุลถาวรเศรษฐ์ จะเป็นเสื้อแดงทั้งหมด”

ซึ่งต่อมาธิดาชี้แจงว่า นิพนธ์ไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ แต่เป็นญาติห่างๆ พร้อมกับรับว่า มีพี่น้องอยู่ทางภาคใต้ค่อนข้างมาก หลายคนเป็นเสื้อเหลือง เสื้อฟ้า รวมถึงเสื้อแดงก็มี โดยเฉพาะคนที่เป็นเสื้อแดงมักจะเงียบไม่ค่อยแสดงตัว


ภาพถ่ายครอบครัวถาวรเศรษฐ์ “นิพนธ์” นั่งกลาง ขณะที่ “ธิดา” ยืนเยื้องอยู่แถวหลัง

(เพิ่มเติม…)


1 ปี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร : ปล่อยคนล้มเจ้าลอยนวล

โดย: สายตรงภาคสนาม


นับตั้งแต่นางสาวยิ่งลักษณ์ชินวัตร นายกรัฐมนตรี บริหารประเทศ มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงและนักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์เพื่อให้มีการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ขณะที่ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยหลายคนก็เคยร่วมเคลื่อนไหวกับคนเหล่านี้มาโดยตลอด แต่รัฐบาลยังไม่กล้าดำเนินการเรื่องนี้ เนื่องจากมีกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงในสังคมไทย อย่างไรก็ตามพฤติกรรมจาบจ้วงล่วงละเมิดเบื้องสูง ยังคงดำรงอยู่และปรากฏให้เห็นชัดเจนเกือบทุกครั้งในการชุมนุมของคนเสื้อแดง รวมทั้งการปราศรัยล่าสุดของนายอดิศร เพียงเกษ ที่ระบุว่า ต้องการให้กษัตริย์ไทยเป็นเหมือนกัมพูชา ขณะเดียวกันแม้แต่นายกรัฐมนตรีก็มีความคิดที่จะแก้ไขกฎหมายมาตรานี้ โดยเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศไว้ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งใหม่ ๆ ในขณะที่รัฐบาลมีท่าทีให้้ท้ายกลุ่มต้องการแก้ไขมาตรานี้มาโดยตลอด และยังใช้อำนาจเป่าคดีล้มเจ้าเพื่อช่วยเหลือพรรคพวกด้วย ดังรายละเอียดที่จะเรียงลำดับให้เห็น ดังต่อไปนี้  (เพิ่มเติม…)


1 ชีวิตสังเวยบุญตักบาตรหลังช้าง

ชายไม่ทราบชื่ออายุประมาณ 50 ปีถูกช้างที่นำมาร่วมงานทำบุญตักบาตรนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ ครม.กระทืบสาหัสกระดูกหักหลายแห่งจนเสียชีวิตในวัดจุมพลสุทธาวาส อ.เมือง จ.สุรินทร์ใกล้สถานที่จัดงาน เจ้าหน้าที่ยอมรับเหตุสุดวิสัย

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.เวลาประมาณ 07.30 น.ก่อนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรบนหลังช้างที่บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้เกิดเหตุการณ์ชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 50 ปี ท่าทางคล้ายคนเมาสุราหรือสติไม่สมประกอบ ไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้นสีเทา ปีนขึ้นไปบนต้นไม้บริเวณหลังรูปปั้นช้าง ข้างอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีฯห่างจากอัฒจันทร์จุดที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจะขึ้นทำบุญตักบาตรบนหลังช้าง เพียง 20 เมตร

(เพิ่มเติม…)


ช่วยทักษิณได้ 7.75 ล้าน ทหารที่ตายชายแดนไต้ได้เท่าไร

“…นี่คือสิ่งที่พวกเราอึดอัดใจเป็นอย่างยิ่ง ศพแล้วศพเล่าที่เราต้องฝืนทนดูเพื่อนทหาร 3 จชต.ถูกฆ่าตายอย่างทารุณแต่กลับมิได้รับการเหลียวแลตามที่ควร ผิดกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่สมัครใจเข้าร่วมการชุมนุมและเสียชีวิตลงแต่กลับได้รับการยกย่องเชิดชูพร้อมกับเยียวยาเป็นเงินจำนวนที่สูง เมื่อมาเทียบกับเงินชดเชยที่เจียดให้แก่พวกเราแล้วต่างกันราวฟ้ากับเหว… สำหรับเรื่องเงินพวกเราไม่ได้เรียกร้องอะไรนัก แต่อยากให้รัฐบาลช่วยเหลียวแลและให้ความสำคัญกับพวกเราบ้าง เพราะทุกวันนี้พวกเราอาจจะต้องจบชีวิตลงเหมือนกับทหารคนอื่นๆ ซึ่งกำลังใจของทหารที่นี่นับวันยิ่งลดน้อยถอยลง แต่ด้วยความเป็นทหารชั้นผู้น้อยจึงมิอาจบอกกล่าวให้เบื้องบนทราบได้ จึงอาศัยเพียงพลังของพี่น้องประชาชนทุกท่านในที่นี่ช่วยกันแชร์เพื่อเป็นกระบอกเสียงฝากผ่านไปถึงผู้มีอำนาจให้เขาได้รับรู้และลงมาดูแลปัญหาของพวกเราอย่างจริงจังบ้างก็เท่านั้น…”

(เพิ่มเติม…)